วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

จุดดับ รถถัง นักปฏิวัติ

จุดดับ รถถัง นักปฏิวัติ




รถถัง  สัญลักษณ์ ของการปฏิวัติ รัฐประหารยึดอำนาจรัฐไทย

                             
รถถัง

        สัญลักษณ์ อันดูเหมือนเป็นเอกลักษณ์ของการปฏิวัติในเมืองไทยทุกครั้งคือ รถถังและยานรบหุ้มเกราะทั้งหลาย
 ... การเคลื่อนย้าย ยานรบเหล่านี้ ทุกครั้งก่อให้เกิดความอกสั่นขวัญแขวน หวาดหวั่น ซึ่งมัก ได้ผลในทางจิตวิทยา จากความ
น่าเกรงขามของอำนาจการทำลายล้างที่รุนแรง  ผู้ช่วงชิง อำนาจการสั่งการ หน่วยยานเกราะเหล่านี้ไว้ได้ มักได้เปรียบ และเป็น
ผู้กำชัยชนะ   ยึดอำนาจรัฐเปลี่ยนแปลงการปกครอง พลิกผันได้เสมอตลอดมาเป็นส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของ
ประเทศไทย พลวัตรอันอุบาทว์และซ้ำซาก .... จาก

ขบวนการมักใหญ่ใฝ่สูง ทหารปฏิวัติรัฐประหาร

     คำพูดยอมรับว่า การปฏิวัติ เป็นสิ่งที่ควบคู่กับ ประชาธิปไตย ของประเทศนี้เสมอ ดูเป็นคำที่กลั่นมาจาก ความทดท้อ 
สิ้นหวัง ยอมจำนนเสียเหลือเกิน..ฝืนทนกันไปจากชนรุ่นต่อรุ่น..ยอมศิโรราบทุกครั้ง โดยปราศจาก การต่อต้านขัดขืน
 ..หากเผอิญมีผู้แข็งข้อบ้างสักหยิบมือก็ถูกกำจัดล้มตายอย่างโหดร้ายกันไปโดยไร้ค่า..แล้วก็ลืมหายจากไปกับวันเวลา
คนที่ตายก็ไร้ผู้อยากจดจำ คนลงมือกระทำการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ มือเปล่ากลับเสวยสุขเชิดชูเสนอหน้าในสังคมชั้นสูง 
ทุกครั้ง .....ความซ้ำซาก ไม่รู้จักเจ็บจากจำ          
                       

          ไม่เคยมีสักครั้งที่กลไก รัฐถาธิปัตย์ อันมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในสิทธิประชาธิปไตยจะได้ลงมือจัดการ
และหาหนทางป้องกันอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ป้องปรามและต่อต้านวงจรอุบาทว์

        บทลงโทษในรัฐธรรมนูญแทบทุกฉบับ ที่ระบุโทษขั้นอุกฉกรรจ์ประหารชีวิตในข้อหากบฏ

นั้นนะหรือ...น่าขำ...น่าขัน...บทบัญญัติชวนหัวเขียนไว้โก้โก้ ............ สำหรับเอาไว้ฆ่าผู้ต่อต้านที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับผู้ปฏิวัติ
เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง เสียมากกว่า

       อำนาจคู่ ที่ทัดทานและป้องปรามความมักใหญ่ใฝ่สูงของทหารปฏิวัติ ในประวัติศาสตร์นั้นเคยมีและล้มลุกคลุกคลานกันไป
ตามวันเวลา แต่โดยเนื้อในแล้ว มิได้เกิดแต่ความตื่นตัวของประชาชนส่วนใหญ่  มิได้เกิดจากความหวงแหนในสิทธิของตน (ประชาชน) แต่ประการใด เช่น



        1. การก่อตั้งกองเสือป่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่6 กระแสการก่อหวอดเพื่อ
เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยการปฏิวัติด้วยกำลังทหารนั้น มีมาแต่สมัยพระองค์ท่าน เพียงแต่ไม่สำเร็จ กองเสือป่าแมวมอง ก็
เป็นกุศโลบายเพื่อการคานอำนาจนี้เช่นกัน นอกเหนือจากภัยรุกรานดินแดนของชาติมหาอำนาจในสมัยนั้น

                
        2. กำลังคนที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นระบบพร้อมอาวุธอันทันสมัย ของเหล่า เสรีไทย หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง
เป็นเสี้ยนหนามยอกแทง เหล่าขุนศึกจอมพลและคณะทหาร ที่หวังหวนกลับมาฟื้นอำนาจในสมัยนั้น  และนำมาซึ่งการ สังหาร
โหดอดีต 4 รัฐมนตรี

        ทองอินทร์ ภูริพัฒน์  หัวหน้าขบวนการเสรีไทยเขตอุบลราชธานี
ถวิล อุดล                 หัวหน้าเสรีไทยร้อยเอ็ด 
จำลอง ดาวเรือง       เสรีไทย,สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม   
ดร.ทองเปลว ชลภูมิ  (คณะราษฎร์ฝ่ายพลเรือน) สมุทรสาคร
และ

ครูเตียง ศิริขันธ์ ที่เป็นระดับหัวหน้าคุมกำลังของเสรีไทยอิสาน อันมีกำลังพลพร้อมอาวุธที่เข้มแข็ง
และการกวาดล้างพลพรรคเสรีไทยที่เหลืออยู่ ด้วยข้อหาการกระทำอันเป็น คอมมิวนิสต์ (สังคมนิยม)

       "ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เหล่าประชาชนที่รักและหวงแหนสิทธิของตนจะระดมความคิด 
       เพื่อปกป้องระบอบที่เราได้เลือกสรรว่าดีที่สุด สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้
       ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะเป็นผู้กำหนดก้าวย่าง และสร้างสรรค์ความเจริญของชาติเรา
       โดยปราศจากความงมงาย บุญคุณที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น ของคนเพียงหยิบมือที่ชักใยความ
       ล้าหลังด้วยการคุมกำเนิด โอกาสเรียนรู้ในสิทธิ เสรีภาพ และ ความเป็นเจ้าของประเทศ
       ผืนดินอย่างสมศักดิ์ศรี ในความเป็นมนุษย์ อย่างเท่าเทียม"


      

      ผมมีความคิดว่า ในการบั่นทอนศักยภาพของการปฏิวัติให้ด้อยประสิทธิภาพ ต้องกระทำที่จุดแข็งแปรให้เป็นจุดอ่อน คือ
หน่วยรถถังและยานเกราะ มีคำกล่าวของนักการทหารบางท่านว่า การนำรถถัง (ยานเกราะ) มารบในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาคารบ้าน
ช่องหนาแน่น การนั่งอยู่ในรถถังเหล่านี้ ก็เปรียบเหมือนนั่งอยู่ใน โลงศพติดล้อ ดีดีนี่เอง

     หากท่านเคยชมภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down คงมองเห็นสภาพความชุลมุนในการรบประชิดติดพันได้เป็นอย่างดี  นับเป็น
บทเรียนความพ่ายแพ้ที่บอบช้ำของกองกำลังไฮเทค ชาติมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา อีกครั้งในการรบกับประเทศที่ด้อยพัฒนา
(เรื่องจริงที่กองทัพสหรัฐฯต้องบันทึกไว้เพื่อเป็นกรณีศึกษาสำหรับการรบประชิดในเมืองใหญ่)


   
 ถ้าทำให้ รถถังและยานเกราะ รวมถึงยานขนส่งสรรพกำลัง หมดประสิทธิภาพ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไป ควบคุมจุดศูนย์ดุลอำนาจ ได้
การควบคุมเมืองเพื่อบีบให้ กองกำลังรัฐบาลที่ถูกต้องชอบธรรมให้ยอมแพ้ก็หมดความหมายแปลง่ายๆ คือ  ปฏิวัติไม่สำเร็จ..แน่นอนว่าต้อง
แลกกับความสูญเสียบ้างแต่เด็ดขาด และจะเป็นการกำหลาบเหล่าทหารนอกรีต ที่มักใหญ่ใฝ่สูง ให้เข็ดขยาดและมิกล้าแม้แต่จะคิดก่อการอีก


          1. การ ย้ายหน่วยทหารที่ครอบครองอาวุธหนัก และยานรบหุ้มเกราะทั้งหมด ต้องเคลื่อนย้ายหน่วยที่ตั้ง ออกนอกเขต
พระนคร(เมืองหลวง) ไม่มีความจำเป็นอันใดเลย ที่จะต้องคงไว้สำหรับหน่วยเหล่านี้ในใจกลางเมืองหลวง
(หน่วยที่มีหน้าที่ป้องกันพระนคร หากมีที่ตั้งอยู่จังหวัดข้างเคียงรายรอบเมืองหลวงดูน่าจะเหมาะสม)

          2. ต้องมีกฎหมายที่ระบุชัดเจน ปฏิบัติโดยเคร่งครัดสำหรับการ ห้ามเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนักทั้งสิ้นเข้ามาภายในเขต
พระนคร(เมืองหลวง)เว้นแต่ได้รับคำสั่งจาก นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดโดยชอบตามกฎหมาย
(ข้ออ้างการเคลื่อนย้ายเพื่อไปทำการฝึก จากเหนือลงใต้ต้องผ่านเมืองหลวง จะได้หมดไปเสียที
เส้นทางหลวงอ้อมพระนครก็มี หรือถ้าต้องสร้างเส้นทางรถไฟอ้อมพระนครใหม่เพื่อการนี้ก็ต้องทำ)

          3. หน่วยงานรัฐฝ่ายพลเรือนที่สามารถปรับนโยบายหน้าที่ให้มีศักยภาพ สามารถป้องปรามต่อต้านการปฏิวัติ
ในเบื้องต้นโดยการปรับประสิทธิภาพและศักยภาพในการรบต่อต้าน และติดอาวุธที่เหมาะสม ได้แก่
           1. อาสาสมัครรักษาดินแดน หรือ อส. กองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย
           2. หน่วยเทศกิจ ที่ประจำการ สนง.เขตต่างๆ
           3. บุคคลากรตำรวจทุกหน่วยงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
           4. เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ของกรมป่าไม้
           5. กอ.รมน.,สำนักข่าวกรองแห่งชาติ,ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการทหาร  สูงสุด(ศรภ.บก.สส.)
           6. เจ้าหน้าที่ปราบปรามศุลกากร,สรรพสามิต,ปปส.
           7. อาสาสมัครพลเรือนทั่วไป ประชาชนทุกคน

        ซึ่งในภาวะปกติ 1และ2 สามารถใช้ประสิทธิภาพที่ฝึกเพิ่มเสริมประสบการณ์นี้ ในหน้าที่
           คุ้มครองความปลอดภัยบุคคล รักษาการณ์ เวรยาม ในสถานที่ราชการที่ตั้งหน่วย


                                  
                                                        USA.   M-79                                               


        คลังอาวุธที่เก็บ กระจายไปตามท้องที่ของสถานีตำรวจนครบาล ,ที่ตั้งตำรวจหน่วยอื่นๆ (เช่น กองปราบปราม,กองพลาฯ,กองบัญชาการ
ศึกษา,ตชด,กรมศุลกากรฯลฯ) , เขต(อำเภอ) ,ที่ตั้งหน่วยนั้นๆ,กระทรวงมหาดไทย....สามารถเบิกจ่ายได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ก่อปฏิวัติขึ้น

                                        

                                           Soviet RPG7 rocket lancher

    อาวุธสกัดกั้นยานเกราะและรถถัง ทั้งหลายที่ทรงอานุภาพเด็ดขาดร้ายแรง มีความอ่อนตัวสูงเคลื่อนย้ายง่าย  สำหรับหน่วยต่อต้าน(ทหาร)
ขนาดเล็ก ด้วยกำลังพลเพียงคนเดียว อันดับหนึ่งคือ RPG อาวุธจรวดประทับบ่า ต่อสู้รถถัง ยานเกราะและอากาศยานระดับต่ำ ใช้งานง่ายผู้หญิงก็ใช้ได

   
ข้าทหารราบ คือ ราชินีแห่งการรบ 
ข้าทหารม้าเหล็ก รถถัง ราชาแห่งการรบ
ข้า RPG 7 เว้ย ไว้สอย ราชา กับ ราชินี

             


ส่วนทหารราบ (ม้ายานเกราะ) ที่ทำหน้าที่พิทักษ์คุ้มครองรถถังนั้น
หนามยอกเอาหนามบ่งครับ  หนังสติ๊กหัวน๊อตตัวเมีย ที่ พธม.ลิ้ม มันเอามาใช้ไง
สักชุดยิงละ 20 คน ยิงพร้อมกันที่จุดเดียว ร่วงครับ ปืนหล่น เก็บได้เลย
หรือถ้าเอาแบบเต็มรูปแบบ ก็ อวป. นี่แหละครับ ประเทศไทยมีปืน
ในครอบครองของชาวบ้านตั้ง 6 ล้านกระบอก ... ว่าไงถามใจตัวเองดูสิ


                


              คำสั่งให้ทำปฏิวัติมีมาตั้งแต่ บ่ายโมงของวันที่ 25 มกราคม 53
          ดีเดย์ ตีหนึ่ง .....แล้วจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้มีการเคลื่อนยานพาหนะ
                          รถหุ้มเกราะ V150 จำนวนกว่า20คัน
(จริงๆมีมากกว่านั้นจอดที่ม.พัน4สนามเป้า)
          เป็นแผนผสมรอย เพื่อทำการปฏิวัติ โดยอ้างว่าจะส่งซ่อม จริงแล้วนำจากภาคใต้มาแค่ 8 คัน ขันน็อคไม่กี่ตัวก็เสร็จแล้ว ส่วนอีก 10กว่านั้น
จาก ม.พัน3 รอ,ม.พัน4 รอ สนามเป้า แท้จริงแล้วรถหุ้มเกราะทั้งหมดนี้ซ่อนอยู่ที่ สนามเป้า   ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เพื่อปฏิวัติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 
การไปจอดอยู่ที่ บริเวณวัดเสมียนนารี เพราะใช้เป็นจุดรวมพล รับผิดชอบ บล็อคกรุงเทพฝั่งเหนือ ตามจุดต่างๆ   เพื่อสะกัดกำลังฝ่ายตรงข้าม
เช่น  บล็อคสะพาน  พระราม 7, สะพานที่ปากเกร็ดจำชื่อไม่ได้,  สะพานปทุมธานี 2,  หน้ากองทัพอากาศดอนเมือง,  ส่วนรามอินทรา ร.11
รับผิดชอบ เพื่อเปิดทางให้ พล.ร 2จากปราจีน และ สระแก้วมาพักกำลัง ที่ ร.11 (ใช้ราบ11 รวมพล, ใช้สนามเป้ารวมรถ)

          เมื่อรถหุ้มเกราะไปบล็อคตามจุด แล้วจะมีรถบรรทุกทหารราบพร้อมอาวุธประจำกาย นำกำลังไปส่งยังจุดนัดต่างๆเหล่านี้

         .สาเหตุที่ล่ม..
         เพราะ กำลังทหารระดับ ผบ.ร้อย,จ่า,ไอ้เณร ไม่ยอมไปเบิกอาวุธที่คลัง
          ซึ่งเขาเปิดคอยอยู่..แปลกไหมท่าน?
          คำสั่งให้จ่ายอาวุธ มีมาตั้งแต่เที่ยงวันแล้ว แต่ไม่ยักกะมีทหารไปเบิกเลย ซึ่งอาวุธเหล่านี้มันขนมารวมกันที่ สนามเป้า!!!!!

          ....มันจึงล่มปากอ่าวเป็นครั้งที่ 2 ของอำมาตย์ รวมกำลังกันไม่ได้ บารมีของอำมาตย์กำลังจะหมดน้ำยาน้ำกามแล้ว แล้วมาแถออกข่าว
ว่านำไปซ่อม เอี้ยจริงๆๆๆๆ

          ....คนเสื้อแดงจงดีใจเถิดว่ายังมีมหารชั้นผู้น้อย ยืนอยู่เคียงประชาชนเป็นส่วนใหญ่ มีบางตัวเท่านั้นที่ยังขาดน้ำกาม ของอำมาตย์ไม่ได้

          การปฏิบัติตัวของทหารชั้นผู้น้อยใน 2 ครั้งที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ออกมาชุมนุมหรือแสดงตัว  แต่ก็เป็นการช่วยในทางอ้อมครับ

          .........ขอปรบมือดังๆๆๆๆๆๆๆๆให้กับพวกท่าน และเราจะรำลึกนึกถึงเสมอครับ.........
          จริงแล้วมีข้อมูลมากกว่านี้อีกมาก วันนี้รีบเขียนไปหน่อยเพื่อให้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น เมื่อคืนนี้  25 มกราคม 53

          คราวต่อไป จะนำรายชื่อเหล่าผบ.พันและหน่วยกำลังต่างๆที่ร่วมมือกับอำมาตย์ และแผนการบล๊อคจุดใดเพื่อสะกัดใครมาตีแผ่ให้
ประชาชนรับทราบงานนี้ยังไม่จบครับมองไว้อย่ากระพริบเชียวนา และโปรดเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมรับสถานะการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้
และ เมื่อมันเดินถึงทางตันแล้ว เหล่าแกนนำคนเสื้อแดงรักษาตัวอย่างยิ่งยวดด้วย

                                                                        ด้วยรักและห่วงใยทุกท่านครับ


   ** ขอบคุณท่านเจ้าของข้อมูล ขออนุญาตนำเผยแพร่กระจายข่าวครับ


6a0120a6e49cfc970b0148c6ed531a970c.gif

หลังมีข่าวรถถังออกมาวิ่งเพ่นพ่าน แถววิภาวดี หลักสี่ แจ้งวัฒนะ เมื่อคืน
ก็ตามคาดครับ พี่น้องแท๊กซี่เราทราบข่าวก็ขับรถไปล่บี้ไล่ตามทันที..(ให้มันได้อย่างงี้สิ)
ส่วนผมไปไม่ทันเลยโทรบอกพี่เสื้อแดงอีกคนที่อยู่แถวหลักสี่ แกก็รีบออกไปดู
แกบอกไปถึงปรากฎว่าแท๊กซี่ 10 กว่าคัน ล้อมรถถังไว้แล้ว พร้อมยืนคุมเชิงสอบถามกัน
อยู่พักใหญ่ ได้คำตอบจากสิบเอกทหารบกคนหนึ่งว่า จะเอาไปซ่อมที่ปทุมธานี...ปัดโธ่ไอ่ฟาย
รถถังที่จะเอาไปซ่อม ส่วนมากเขาจะยกขึ้นรถเครน หรือรถบรรทุกพ่วงของทหารไป..ไครเขาขับ
รถถังไปซ่อมอ้างข้างๆ คูๆ   ล้อมสักพักกลุ่มแท๊กซี่ที่ทราบข่าวกันเร็วมากก็ทยอยกันมาเพิ่มอีก
ถ้าได้แบบนี้ทุกครั้งรับรองปฎิวัติไม่ราบรื่นแน่นอน..   สุดยอดครับแท๊กซี่เสื้อแดง

                                            คุณ TAN007 ประชาไท



                    ใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้วนะครับ

การชดเชยให้ผู้เสียสละในการต่อต้านคณะรัฐประหาร

เป็นที่กังวลกันมากสำหรับผู้เสียสละจำนวนมาก ว่าครอบครัวลูกเมียจะเดือดร้อน ในผลที่ตามมา
ตัวอย่างเช่น

ความเสียหายที่เกิดขึ้น รัฐไทยใหม่ที่จะเกิด ต้องชดใช้และเยียวยาให้

ในฐานะของผู้มีวีรกรรมกล้าหาญ ต่อต้านการรัฐประหาร ของกลุ่มทหารกบฏ
ไม่จำกัดว่าทรัพย์สินนั้น จะเป็นของส่วนตัวหรือของเอกชนผู้ให้เช่า รถโดยสาร
และต้องปูนบำเน็จในฐานะวีรชนของชาติ ด้วยเงินทุนและเครื่องมือประกอบอาชีพ
กรณี บาดเจ็บทุพลภาพหรือสูญเสียชีวิต ต้องได้รับการดูแลครอบครัว ด้วยเงินและ
สิทธิพิเศษเทียบเท่า ครอบครัวของทหารผ่านศึก ผู้เสียสละ

เมื่อนั้น กองทัพจักรกลยานยนตร์ จะออกศึกเต็มพิกัดบนถนน ตรอกซอย
ทำการสกัดกั้น ขบวนยานยนตร์บรรทุกทหารกบฏ และยานเกราะ รถถัง ทั้งหลาย
ให้สิ้นฤทธิ์ ด้วยเปลวเพลิง

ประหนึ่งดั่งกลศึก ขงเบ้งเผากองทัพเรือของโจโฉจนวอดวายพ่ายแพ้


**โดยมิต้องกังวลกับค่าชดใช้ให้กับเถ้าแก่ รถTAXI บริษัทรถเมล์ รถบรรทุก หรือไฟแนนซ์รถเก๋งส่วนตัว











3 ความคิดเห็น:

คิม กล่าวว่า...

เ ขี ย น เ ก่ ง ม า ก ม า ย รุ ย

ป ร บ มื อ ใ ห้ ดั ง ดั ง..

ด้ า ย ยิ น ป่ า ว...ค ริ๊ ก ๆ ๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ก่อนมึงจาได้ขว้าง กรูว่าคงโดนสอยก่อนละ คิดได้ไงวะเอาระเบิดขวดไปสู้รถถังคงได้ตายหมู่กันสมใจ 555555

rungsira-รุ่งศิลา กล่าวว่า...

มึง นี่เป็นภาษาพ่อขุนฯ ... หรือ ภาษา พ่อคุณ ครับ
กระบี่อยู่ที่ใจ อยากให้รีบๆออกมาอีกทีนะครับ รัฐประหาร นี่หน่ะ
แล้วจะได้รู้กันเสียทีว่า นรกมีจริง