วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ระบอบ “ประชาธิปไตยเชิงสังวาส” ของประเทศอันไกลโพ้น



ระบอบ “ประชาธิปไตยเชิงสังวาส” ของประเทศอันไกลโพ้น

แปลความ บทต่อบท ... รุ่งศิลา

แดนดินอันโพ้นไกล
ประเทศประชาธิปไตยเชิงสังวาส
ปกครองโดยระบบเอกาธิราช
กดเช่นทาสเชิดตนชูแต่ผู้เดียว                

ดินแดนไกลแสนไกล ไปลำบาก ถึงก็ยาก และอาจจะไปไม่ถึง อยู่ไหนก็ไม่รู้หรืออาจจะไม่มีอยู่จริง
ฝูงสัตว์มี”จ่าฝูง” มนุษย์เป็นสัตว์สังคมแน่นอนต้องมี”หัวหน้า” หัวหน้ากลุ่มคนหลายครอบครัวรวมกันเรียก
”หัวหน้าเผ่า” หัวหน้าหลายๆเผ่ามารวมตัวกันเรียก”กษัตริย์” เริ่มแรกกษัตริย์ พึ่งจะมีอำนาจและกลุ่มชน
ยังไม่ใหญ่โตซับซ้อน ก็ปกครองแบบใกล้ชิดแบบ พ่อปกครองลูก พอสังคมใหญ่โตมากขึ้นซับซ้อนขึ้นจึง
สร้างกฎเกณฑ์รักษาอำนาจเคร่งครัด ทำให้เหินห่างประชาชน และสืบต่ออำนาจโดยการสืบสันดานสืบพันธุ์
ไว้วางใจเพียงคนในครอบครัว
จึงบัญญัติกฎระเบียบเพื่อรักษาคงไว้ซึ่ง อำนาจวาสนาและผลประโยชน์ตัวเอง โดยกดคั้นผู้ใต้อำนาจไว้มิให้
คิดต่อต้านล้มล้าง และช่วงชิง
ลัทธิเทวาวาดชาตินิยม
โภคอุดมทรัพย์มั่งคั่งบัลลังก์เขียว
อุปโลกน์เสกก่อพอเพียงเดียว
ประสานสนธิ์กลเกลียวโดยเชี่ยวชาญ

กลไกที่จะคงไว้ซึ่งอำนาจอันยาวนานคือ กุศโลบาย อุปโลกก์ยกตนขึ้นเหนือกว่ามนุษย์ด้วยกัน เทียบเท่า
เทวดา คือ ต้องอยู่เหนือกว่า กินดีอุดมกว่า เสพกระสันมันส์กว่า สุโขกว่าพิสดารกว่า
บัลลังก์ คือ ที่นั่งซึ่งยกไว้สูงกว่า ให้โดดเด่นเป็นสง่า สำคัญคือเอื้อมมือถืออาวุธทำร้ายไม่ถึงประมาณนั้น
ได้ยินเสมอคือ “บัลลังก์ทอง” เห็นสัมผัสได้ด้วยตา ซึ่งอลังการ์งานสร้างและมีค่าสูงเพราะทำด้วยทองคำ
สมเกียรติยศคนนั่ง
“บัลลังก์เขียว” คำอุปมาอุปมัย ที่อาจจะมิได้สลักจากหยกสีเขียว(เพราะหาไม่ได้ในโลกที่ใหญ่พอจะนำ
มาแกะสลัก) หรือทาสีเขียว ซึ่งคงหาคุณค่ามิได้ ... ฉะนั้น จึงพินิจในเชิงนามธรรมความหมาย ว่าบัลลังก์
ที่นั่งซึ่งอยู่บนต้นไม้ก็มิใช่อีก ... เทียบในยุคศตวรรษที่21 ความหมายสีเขียว ทางสังคมหมายถึงอำนาจ
อำนาจจากอาวุธ ผู้ใช้อาวุธที่ทรงอำนาจแน่นอนคือทหาร ทหารส่วนกุมอำนาจคือทหารใส่ชุดเขียว ... ยูเรกา

สืบอำนาจตามราชประเวณี
สะเด็ดน้องเสร็จสมพี่โยนีหลาน
ครองสมบัติสลัดบัดยาวนาน
ผลัดกันผลาญเสพสมชู้คู่ภิรมย์

การสืบต่ออำนาจเฉพาะคนในวงศ์ตระกูล(ราชวงศ์) เป็นความนิยมดั้งเดิมต่อกันมา (เรื่องอะไรจะไปยกสมบัติ
ให้ลูกคนอื่นล่ะ จริงไหม?) มักใช้คำศัพท์พระราชาว่า ราชประเพณี ซึ่งคำความหมายจริงๆก็คือ คำตรงว่า
ราชา + ประเวณี = ลูก คำกลอนจึงมาลงที่  ราชประเวณี
ราชประเวณี แปลตรงตัวก็คือ การร่วมประเวณีของพระราชา ภาษาตลาดตรงกับคำ เอากัน นั่นแหละ
ส่วนที่ว่าทำไมในประวัติศาสตร์ พวกจ้าวทั้งหลายถึงพันพัวนัวเนียกันเองในกลุ่มสายเลือดเดียวกัน ก็อธิบาย
ง่ายๆตามคำพังเพยไทยๆว่า“เรือล่มในหนอง” ทำนองพี่น้องเอากันเองนั้นปะไร ตามกฎเมนเดลลูกหลาน
รุ่นต่อๆมาเลย บ้าๆบอๆ โง่ทึ่ม เอ๋อเหรอแดก ประมาณนั้น (ไม่ได้ว่าใครนาพูดตามหลักวิทยาศาสตร์
การแพทย์ที่พิสูจน์ได้แล้วในศตวรรษที่21) บ้างก็เป็นโรคแปลกๆ ตายเร็วกว่า มนุษย์ไพร่ ปกติทั่วๆไป เช่น
โรคแดรกคูล่าหิวเลือด    เป็นเรื่อง เอ้ย..เป็นต้น
มั่นคงมากประสมจากสามรากถาน
ตุลาพาลเฉโยงโกงเจือสม
เสน’บ่ดีขี้ฉ้อปล้นจตุสดมภ์
สัตว์สภาอาจมสารพันธุ์

ความเชื่อทางโบราณเลข 3 ถือว่าเป็นความมั่นคง เส้ามี3ขา หรือ3ก้อนเส้า(อิฐ,หิน) หม้อบนเตา
จึงมั่นคง (2เส้า ก็หกคะเมน , 4เส้า ก็สูงๆต่ำๆ กระดกกระโด๊กกระเด๊ก) ส่วนเมียต้อง 3 ตามตำรา บาลาน
พาวเวอร์สมดุลอำนาจรัก  แต่รัก3เศร้า อันนี้ไม่เกี่ยว
3 รากถาน ถาน  อันนี้ คือ เวจ หรือ ส้วมขี้ นั้นแหละ ถาน คือที่นั่งทำกิจหนักเบาของพระสงฆ์ผู้ถือศีล
     3 รากถาน ประมาณว่า ที่ตั้งวางไว้โดยสมดุลย์อำนาจของผู้มีธรรมะ(ถ้ามี) คือ
         1 ตุลาโกง ตุลากวนตะแลงแกง
         2 เสนา’บ่ดี ลิงเสน ... ลิงแก้แห ลิงหลอกจ้าว ฮู้ โกงฉิบหายวายทะเล
         3 สัตว์สภา สภาเสน’บ่ดี ชุมนุมไปด้วย เสือ,เสิง,กระทิง,แรด เหี้ย.ห่า สารพัดสัตว์ กัดกันขรม แย่งขี้
ห้อมบริวารอำมาตย์อุบาทว์ใหญ่
เสพจัญไรวิตถารทวารสรรค์
ขุนพลแก้วไต่แถวเหรียญตราภัณฑ์
อารักขาหุบผาสวรรค์รชนี


ทวาร ฮูดาก นะแหละภาษาอีสาน สรรค์ สรรหามาเสพสม ที่เหลือแปลเอาเองเด้อ
หุบ  คืออูมๆ ผา คือแผ่นผิวระนาบอยู่ดีดีหักลึกวูบลงไป หุบผา ก็ ผิวอูมๆมีช่องหลืบลึก สวรรค์ คือที่ดี
จริงๆ อยากไปถึงจนนำหูเล็ดน้ำตาไหล  รชนี แปลว่า กลางคืน,เวลามืด(ลับหูลับตา)
 ....ฮั่นแน่ รู้น๊ะคิดลึก แปลอะไรอยู่ใกล้ๆคุก

คาวจำเริญข่าวสะพัดรัฐสวาท
ป่าวประกาศชาติฉาวก้าวหน้าหนี
ปฏิวัติ สังวาส ประเวณี
ผองชนร้องแซ่ซ้องมี ดอกสีทอง

ก้าวหน้าก้าวหลัง น๊ะมิใช่ เลข๙ หรือ เก้าหนีหน้า หรือ มั๊กหน้าหมี อะไรนั่น
ได้ข่าวบางรัฐ ตอนที่เขาเอารถเหล็กออกมาวิ่งบนถนน มีสาวนักเต้นจ๊ำบ๊ะ ออกมาดักมอบดอกไม้สวยๆให้
จ้าวนายเรือขุนตาเดียวโจรสลัด
สารพัดถนัดจัดฉลอง
ปฏิบัติรัฐประหารทางคูคลอง
เก่งทางน้ำไหลคล่องละล่องชล

ภาพลักษณ์ ขุนโจรสลัด ที่ทุกคนในยุคสมัยปัจจุบันนึกถึงต้องเป็น กัปตันฮุ๊ค สวมหมวกกะปิตัน และ
คาดที่ปิดตา คือตาบอดเหลือดวงเดียว ใครไม่เชื่อไปดู การ์ตูนวอลล์ดีสนี่ย์ สิ  ยกเว้น กัปตัน แจ๊ค
สแปโร่ส์ ใน Pirates of the Caribbean  แกไม่ตาบอดข้างเดียว แต่กะล่อนโคดโคด เก่งทางน้ำ
ไหลคล่องละล่องชล พอกล่อมแกล้มคุณสมบัติได้ นำพาลงคูลงคลองหรือไม่ มิแน่ใจ
อาชีพ สลัด นี่ปล้นอย่างเดียว ปล้นกลางทะเล ปล้นกลางแดด หน้าตาเฉย แบบ
กูจะเอาซะอย่าง คราย จาทามมาย ... ข้อหา บังอาจรวยเร็ว และเก่ง ก่ า ชังน้ำหน้าไปชิ้ว
พอเสร็จสรรพการปล้นแล้ว อีทีนี่ก้อต้องฉลองกันหน่อย พวกโจรทางน้ำเนี่ยเขาก็สนุกกันหัวฟัดล่ะ
จัดงานกินเที่ยวกัน ประโคมโหมไฟสว่างไสวแบบไม่กลัวฟุ่มเฟือย เสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ยอม
เงินชาวบ้านปล้นเขามาท้างน้าน.. ม่ายช่ายเงินกรู วู๊ ปี้.. กัวอาราย.. เอ้า.. ชนแก้ว.. เชี่ยยยยย!
ผ่านเชิงชั้นบั่นคร่ามานานนับ
ขุนขยับสลับตาฆ่ามากหน
ทั้งลี้ลับสั่งกระชับปรับอับจน
บดขยี้หลายคนมาหลายครา

ขุนขยับกับพินาศ นี่คนละตัวกับ ขุนในบทนี้ บนกระดานหมาก โหดสุดสุด คือซ่อนกลลี้ลับ เดินหน้าฆ่า
อย่างเดียว ใครขวางหน้าตา กูเดินกินเรียบ หัวทะลุสมองไหล ปัดตกกระดานทุกท่านไป หามิใช่ ตกใต้ทวย
โศลกนี้ สดุดีพลีสวาสดิ์
“ประชาธิปไตยเชิงสังวาส” ชาติมหา
ขออำนวย ”อวยกลอน” สวาทดินา
ผสมพันธุ์ พระราชา ชาติจำเริญ .. ไช โย

โปรดเรียกระบอบนี้ว่า “ประชาธิปไตยเชิงสังวาส” ของชาติมหาอำมาตย์ (ขออภัยอย่าอ่านเป็นหมา)
เพราะ เสวยอำนาจ โดย พิธีการเสพสวาท ด้วยการเอากัน



ปล. เอากันมันส์จะตาย เอาแล้วมันส์ด้วย ได้อำนาจด้วย .. ใครจะไม่เอาล่ะ คร๊าบพี่น้อง ค๊าบ
                                     ไม่เชื่อ ไปถาม พี่ เหล่ กะ กะทิชาวเกาะ ดูดิ

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ใกล้เวลาแล้ว "เอ็งกินเหล้าเมายาไม่ว่าหรอก"


[ภาพ: 81168082.gif]



บทกลอนเกี่ยวเนื่อง ด้วย กรมหลวงราชบุรีฯ ที่มีบางตอนว่า...
เอ็งกินเหล้าเมายาไม่ว่าหรอก............เรามันชนชั้นปัญญาตุลาการ


ประวัติคร่าวๆ ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย  พระองค์ทรงมี
พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เป็นโอรสองค์ที่ 14 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และ เจ้าจอมมารดาตลับ ประสูติเมื่อวัน ที่ 21 ตุลาคม 2417 ทรงเป็นต้นราชสกุล รพีพัฒน์

ทรงประกอบพระกรณียกิจ อันเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการกฎหมายไทยและ ศาลสถิตยุติธรรม อาทิทรงดำรง
ตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ทรงจัดการปรับปรุงศาลยุติธรรมสู่ระบบใหม่ จัดตั้งศาลมณฑลและศาลจังหวัด
ทั่วประเทศ ทรงเป็น ประธานกรรมการตรวจชำระกฎหมาย ประมวลขึ้นเป็นกฎหมายอาญาฉบับ ร.ศ. 127 ทรง ตั้งโรง
เรียนกฎหมายเพื่อเปิดการสอนกฎหมาย ทรงรวบรวมและแต่งตำราคำอธิบายกฎหมายลักษณะต่างๆมากมาย และทรง
สอนวิชากฎหมายด้วยพระองค์เอง ทรงเป็น กรรมการตรวจตัดสินความฎีกาซึ่งเทียบได้กับศาลฎีกาในปัจจุบัน เป็นต้น

สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2463 พระชนมายุ 47 พรรษา จากอาการประชวร ด้วยพระวัณโรคที่พระวักกะ ขณะ
รักษาพระองค์อยู่ที่กรุงปารีส และบรรดานัก กฎหมายได้กำหนดให้วันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เป็น " วันรพี "

 ส่วนหนึ่งคำกลอนที่เป็น วรรคทอง ประจำใจนักกฏหมายไทยทั่วไป มาจากหนังสือตีพิมพ์

"  เอ็งกินเหล้า เมายา ไม่ว่าหรอก 
   แต่อย่าออก นอกทางไป ให้เสียผล 
   จงอย่ากิน สินบาท คาดสินบน 
   เรามันชน ชั้นปัญญา ตุลาการ "
โดย ลุงเวทย์ เพิ่มบุญ เปลี่ยนภู่

ที่มาของบทกลอนนี้มีเรื่องเล่าว่า กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ทรงพิถีพิถันเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นผู้พิพากษา
เป็นอันมาก โดยพระองค์ทรงถือ ว่าความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกลุ่มคนในแวดวงตุลาการ ไม่ว่าจะ เป็นนัก
การศาลยุติธรรม หรือนักกฎหมาย

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการเลี้ยงข้าวแช่ในพระบรม
มหาราชวัง และได้ทรงพระบรมราชานุญาตให้ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ นำนักเรียนกฎหมายเข้าเฝ้าฯด้วย ณ ที่นั้น
ได้ทรงมี พระราชกระแสดำรัสว่า "รพี พ่อได้ยินว่าผู้พิพากษากินเหล้ามากใช่ไหม ทำไมรพีจึงปล่อยให้เป็นเช่นนั้น"

กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงนิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ แล้วกราบบังคมทูลว่า
"ขอเดชะพระอาญามิพ้นเกล้าฯ ในเวลาที่ข้าพระพุทธเจ้าจะเลือกผู้พิพากษาก็ดี เลื่อนชั้นผู้พิพากษาก็ดี ข้าพระพุทธเจ้า
ถือหลักในใจอยู่เพียงสองข้อคือ ต้องมีสติปัญญาเฉียบแหลมเฉลียวฉลาดอย่างหนึ่ง และต้อง มีความซื่อสัตย์สุจริตอีก
อย่างหนึ่ง พูดสั้นๆ ต้องฉลาดและต้องไม่โกง ถ้าโง่ก็ไม่ทันคน อื่น โจทก์ จำเลย จะต้มเอาได้ ทำให้เสียความยุติธรรม
แต่ถ้าฉลาดแล้วโกงก็ทำ เสียความยุติธรรมอีกเหมือนกันจะซ้ำร้ายยิ่งกันไปใหญ่ ข้าพระพุทธเจ้ามิได้ ไปสอบสวนหรือ
เอาใจใส่กิจธุระส่วนตัวของผู้พิพากษาแต่ละคน ใครจะกินเหล้า เที่ยวเตร่อย่างไร นอกเหนืออำนาจเสนาบดีจะบังคับ"

 

กลอน          : ลำนำเลือด " เอ็งกินเหล้า เมายา ไม่ว่าหรอก "
แต่งโดย      : เพิ่มบุญ (เสริมศักดิ์) เปลี่ยนภู่ (นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,เนติบัณฑิตไทย)
นามปากกา  : เวทย์ 
หนังสือชื่อ   : ข้างกองไฟ ( สำนักพิมพ์พรศิวะ, กรุงเทพฯ.พิมพ์ครั้งแรก 2547 . 116 หน้า)



ลำนำเลือด(นักกฎหมาย) โดย ลุงเวทย์ เพิ่มบุญ เปลี่ยนภู่

(๑)
มีเรื่องราวเลวร้ายอยู่หลายหลาก
ซ่อนหลังฉากลวงตาน่าเลื่อมใส
บนเส้นทางยุติธรรมงำเลศนัย
แฝงพิษภัยสารพัดของสัตว์คน

เมื่อกระบวนพิจารณาอันน่าเบื่อ
ถูกใช้เพื่อปรุงแต่งแปลงเหตุผล
พร้อมพร้อมกับนักกฎหมายร้ายเล่ห์กล
ได้ขายตนอย่างอุบาทว์เป็นทาสเงิน

ใช้กฎหมายกลายบทมุ่งกดขี่
สร้างอัปรีย์จนเปรอะไม่เคอะเขิน
จนกฎหมายหลายฉบับฉีกยับเยิน
หลังถูกเมินคุณค่าถูกท้าทาย

บริสุทธิ์ยุติธรรมถูกย่ำเหยียบ
แบบระเบียบบิดเบือนเลือนจุดหมาย
ฉุดความหวังสังคมล้มละลาย
ขื่อแปกลายย้อนกลับทับผู้คน

กูนี่แหละกำลังจะฉีกกระชาก
ถอดหน้ากากกำมะลอพวกฉ้อฉล
ให้แจ่มแจ้งประจักษ์ตามหาชน
ให้ตื่นตนต่อสู้กู้สิทธิ์คืน

หนึ่งชีวิตหนึ่งฝันบัณฑิตหนึ่ง
ได้รู้ซึ้งรู้สึกสะอึกสะอื้น
กี่คนยากถูกย่ำทุกข์กล้ำกลืน
กี่ขมขื่นคนดีถูกบีฑา

มันเกินที่ทนดูแล้วอยู่นิ่ง
ให้เห็นจริงจะแจ้งแจงปัญหา
ถึงคราวต้องดีเดือดเลือดเข้าตา
เอาชีวาทดแทนคุณแผ่นดิน

(๒)
ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้บันทึก
ความรู้สึกอดสูมิรู้สิ้น
ครั้งพระจุลจอมเกล้าเจ้าแผ่นดิน
ต่างด้าวหมิ่นอธิปไตยของไทยเรา

ว่าศาลไทยไร้หลักจักเชื่อถือ
ต้องเอื้อมมือมาคุ้มครองคนของเขา
แค่สายเลือดชาวฝรั่งยังทำเนา
แต่เล่นเหมาทุกชาติเชื้อเหลือวุ่นวาย

ขอสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
โดยอ้างเหตุบกพร่องของกฎหมาย
ว่าเปิดทางอยุติธรรมมากล้ำกราย
คือฝันร้ายยุคล่าอาณานิคม

ด้วยเดชะพระปรีชามหาราช
ทรงนำชาติพัฒนาสง่าสม
ตรากฎหมายเมืองสยามตามนิยม
คลี่คลายปมปัญหาอย่างถาวร

กระบวนการยุติธรรมสำคัญไฉน
ความเป็นไปที่ผ่านมาอุทาหรณ์
เฉกหลักค้ำสำคัญหากสั่นคลอน
จะเดือดร้อนกลีรุมราวสุมไฟ

เหลิงอำนาจอาจนำขาดสำนึก
ถลำลึกลงเหวความเหลวไหล
ละหลักการกฎเกณฑ์ควรเป็นไป
อำเภอใจทุจริตก่อพิษพาล

บริสุทธิ์ยุติธรรมนำทางชอบ
คือระบอบบำบัดทุกข์สร้างสุขศานต์
ยิ่งโลกาภิวัตน์ชัชวาล
ขื่อแปบ้านยิ่งสำคัญต้องมั่นคง

เพื่อชาติไทยเทียมหน้าอารยชาติ
ประวัติศาสตร์ย้ำเตือนอย่าเลือนหลง
ต้องเอาความชอบธรรมนำจำนง
ต้องยืนยงยุติธรรมค้ำสิทธิ์ชน

(๓)
จากจารีตนครบาลกาลกระโน้น
ค่อยอ่อนโอนเนื่องนำอำนวยผล
กฎหมายไทยพัฒนาเป็นสากล
อนุสนธิ์งานทรงองค์รพี

ตั้งพระทัยแน่วแน่แก้ปัญหา
พระปรีชาเชิงปราชญ์วาดวิถี
หนึ่งคือการกำหนดกฎหมายดี
สองต้องมีตุลาการพิจารผจง

เพราะแม้กฎตีกรอบดีชอบแล้ว
คนแหวกแนวแชเชือนเลอะเลือนหลง
ก็วุ่นวายเวียนวกเข้ารกพง
ลาญจำนงจนวินาศอนาถใจ

นอกจากทรงอุตสาหะชำระบท
ยังกำหนดแนวแบบยลแยบให้
สร้างวิถียุติธรรมอันอำไพ
มุ่งพระทัยพัฒนาตุลาการ

โดยพระทรงดำรงตนเป็นต้นแบบ
การุณย์แทบพระบาทไท้แผ่ไพศาล
พระดำรัสสูงส่งทรงประทาน
ก้องกังวานอยู่ในหัวใจคน

“ เอ็งกินเหล้าเมายาไม่ว่าหรอก
แต่อย่าออกนอกทางไปให้เสียผล
จงอย่ากินสินบาทคาดสินบน
เรามันชนชั้นปัญญาตุลาการ ”
  เพิ่มบุญ เปลี่ยนภู่ ผู้แต่ง

พระบิดาแห่งกฎหมายไทย
ชูเชิด
พระเกียรติเทิดสถิตฟ้าทั่วหล้าขาน
ยิ่งสืบผลแห่งพระปณิธาน
เป็นรากฐานยุติธรรมค้ำแดนไทย

รอยพระบาทยาตรนำธำรงค่า
ยั่งยืนกว่ากัปกัลป์บันดาลไสว
พระดำรัสคติธรรมจำขึ้นใจ
เป็นผู้ให้ สมถะ สละตน

นักกฎหมายส่วนหนึ่งคำนึงแน่ว
ยึดเป็นแนวปณิธานสืบสานผล
รพีพัฒนศักดิ์สลักกมล
คอยช่วยดลยุติธรรมชี้นำทาง

(๔)
จากบันทึกบนบรรทัดประวัติศาสตร์
เราสามารถย้อนมองเห็นช่องว่าง
ความเปลี่ยนแปรเป็นไปไร้กรอบวาง
จึงระหว่างวิวัฒน์วิบัติเบียน

โดยพื้นฐานคนไทยไม่ยึดหลัก
แต่ชอบจักคอยตะแบงดัดแปลงเปลี่ยน
กี่แผนบทกำหนดแน่วแนวจำเนียร
ผลผิดเพี้ยนเพราะผู้นอกลู่ทาง

ต้องมีคนกวดขันหมั่นกำกับ
คอยบังคับบัญชาอย่าเว้นว่าง
หากโอนอ่อนผ่อนปรนผลอับปาง
อย่าเหินห่างเผลอให้อยู่ไกลตา

เพราะทำได้ตามใจคือไทยแท้
คำเก่าแก่ที่นับวันสร้างปัญหา
คนในชาติขาดวินัยแต่ไรมา
จนลูบหน้าปะจมูกไม่ถูกควร

บ้างไม่ยอมหยิกเล็บกลัวเจ็บเนื้อ
น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าพาผันผวน
แถมผักชีโรยหน้ามาเป็นพรวน
ลืมทบทวนผิดถูกปลูกฝังกัน

ยลเยี่ยงศรีธนญชัยใช้ประพฤติ
กลับหลงยึดเอาอย่างไม่สร้างสรรค์
บางคนเปลี่ยนจุดหมายเป็นรายวัน
เห่อแฟชั่นตามกระแสปรวนแปรนัก

หลังวัตถุนิยมผูกปมเงื่อน
ยิ่งบิดเบือนสังคมจนจมปลัก
ศีลธรรมรำไรไร้รูปลักษณ์
ก็ถูกผลักเสือกไสจากใจคน

ค่าของคนคำนวณนับจากทรัพย์สิน
ย่อมสูญสิ้นอุดมการณ์พาลสับสน
จึงพลิกผันบางผู้วิญญูชน
เลือกลดตนใฝ่ต่ำยอมทำเลว

ถึงยุคที่ศรัทธาบนบ่าแบก
กลายเป็นแอกหนักอึ้งดึงลงเหว
ฝันเหมือนไฟสิ้นเชื้อไม่เหลือเปลว
ความล้มเหลวหลากล้นท่วมคนดี

ความคดโกงโยงใยแผ่ไปทั่ว
คนโฉดชั่วเชิดหน้าอวดราศี
สร้างระบบอุปถัมภ์ค้ำอัปรีย์
เป็นผู้มีอภิสิทธิ์อิทธิพล

เจ็ดสิบปีเป็นไปใต้วิกฤต
โดยลืมคิดสังเกตตรองเหตุผล
แย่งอำนาจอธิปไตยให้ปวงชน
แต่กี่คนผูกขาดอำนาจครอง

กลายเป็นว่ายถากรรมนำทางชาติ
ประชาราษฎร์ยากไร้อกไหม้หมอง
กี่คนเคยเสวยสวรรค์อันเรืองรอง
กี่คนต้องทุกข์อนาถแทบขาดใจ

กี่เลือกตั้งปฏิวัติรัฐประหาร
ยิ่งดักดานย่ำแย่ยากแก้ไข
แค่อำนาจหมุนเวียนเปลี่ยนมือไป
เพื่อถูกใช้สร้างโอกาสโกงชาติกิน

บนเส้นทางพัฒนาน่าสมเพช
นำประเทศทุกข์ทวีเพิ่มหนี้สิน
ความฟุ้งเฟ้อฝังตัวทั่วแผ่นดิน
คนเสื่อมสิ้นศีลธรรมประจำใจ

ปัญหาหนักหมักหมมสังคมทรุด
ต้องรีบหยุดวิกฤตคิดแก้ไข
คนดีต้องรวมตัวอย่ากลัวภัย
กอบกู้ไทยสู่วิถีที่ถูกควร

(๕)
กับการมีกฎหมายเป็นลายลักษณ์
ย่อมมีหลักยึดมั่นยากผันผวน
แค่ตีความตามคำตรงสำนวน
อย่าแปรปรวนเบนเบี่ยงเลี่ยงบาลี

ยืนหยัดอย่างยืดหยุ่นดุลพินิจ
สุจริตศรัทธาในหน้าที่
คอยพิเคราะห์เหมาะควรมวลคดี
โดยไม่มีเงื่อนงำเล่ห์อำพราง

ขอบอำนาจกำหนดตามกฎหมาย
หากกล้ำกรายเลยเถิดเกิดบาดหมาง
ตามครรลองต้องเน้นความเป็นกลาง
ไม่เข้าข้างคนผิดแสร้งบิดเบือน

หิริโอตตัปปะอย่าละเว้น
ถือหลักเกณฑ์กติกาอย่าคลาดเคลื่อน
มีหน้าที่ดูแลห้ามแชเชือน
ห้ามเลอะเลือนเหลวแหลกแหกหลักการ

เมื่อคำว่าบริสุทธิ์เป็นจุดเริ่ม
ย่อมสร้างเสริมยุติธรรม์บรรทัดฐาน
ปราศจากอคติครอบพิชาน
ช่วยบันดาลสังคมให้ร่มเย็น

ขอเพียงแค่คนดีมีอำนาจ
ก็สามารถสร้างสุขสร่างทุกข์เข็ญ
ปล่อยคนชั่วครอบงำคงลำเค็ญ
บังเกิดเป็นกลียุคภัยคุกคาม

เพราะอำนาจอาจใช้ในทางผิด
ทุจริตรุมถิ่นแผ่นดินสยาม
ถืออำนาจบาตรใหญ่ด้วยใจทราม
จนลุกลามเดือดร้อนอย่านอนใจ

ทั้งสังคมสมควรมีส่วนร่วม
ช่วยส่วนรวมเหลียวแลคอยแก้ไข
เสมือนมีตาวิเศษทั่วเขตไทย
ความจัญไรถอนรากยากงอกเงย

เฉกมีสงฆ์ประพฤติทรามลามเสื่อมศาสน์
ฆราวาสล่วงรู้ไม่อยู่เฉย
แต่กับภัยใกล้ตัวมัวละเลย
รอทุกข์เกยกลบหน้าช้าเกินการณ์

ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดช่วยสอดส่อง
ทุกคนต้องเป็นภาระร่วมประสาน
เอาความชั่วมากระชากลากประจาน
ทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองได้เฟื่องฟู

ลองเริ่มต้นตนเองเคร่งครัดเถิด
เลิกละเมิดกฎหมายอายอดสู
เลือกเดินตามความถูกต้องลองทำดู
เริ่มจากผู้เป็นผู้ใหญ่ในแผ่นดิน


(๖)
เมียทหารอาภัพทนนับขวด
เมียตำรวจนับแบ๊งค์แหล่งทรัพย์สิน
อัยการกร่อนกลายเป็นอัยกิน
คำหยามหมิ่นย่อมมีเหตุที่มา

สังคมคนปนปะคละดีชั่ว
นั่นแหละตัวต้นตอก่อปัญหา
เอาคนชั่วอุ้มชูอยู่ตำตา
ฉะนั้นปลาร่วมข้องต้องราคี

คำจ้วงจาบฉาบฉวยช่วยคนผิด
ลองยั้งคิดย้อนครวญถ้วนวิถี
อย่าเหมาหมายทนายความทรามสิ้นดี
เพียงแต่ที่สุนัขถ่ายฝอยรายเรียง

คำเรียกขานศาลอำเภอใช่เผลอพล่อย
ตุลาการกล่าวถ้อยละห้อยเสียง
ต้องให้ความยุติธรรมกลับลำเอียง
หลบหลักเลี่ยงสีข้างถูนอกลู่ทาง

เรื่องเลวร้ายเหล่านี้มีให้เห็น
ใครเล่าเป็นธุระคอยสะสาง
ล้วนแชเชือนเฉไฉไปพลางพลาง
ดีแต่สร้างภาพหรูหลอกผู้คน

(๗)
กลียุคทุกข์ท้นทนกลืนกล้ำ
กลชอบธรรมนำเลศเหตุสู่ผล
ผลสู่เหตุเลศนำทำชอบกล
กล้ำกลืนทนท้นทุกข์ยุคกลี

ใต้ระบอบระเบียบวางสร้างระบบ
ต้องเคารพกติการู้หน้าที่
แต่ตัวบทกฎหมายมากมายมี
ตรงจุดนี้บาปเคราะห์เข้าเกาะกุม

ทุกหนแห่งแฝงเงาเหล่าจิ้งจอก
คอยกลับกลอกกลบคำทำตีขลุม
ฉกประโยชน์ยื้อแย่งเหมือนแร้งรุม
มารมั่วสุมสร้างปัญหาน่าหวั่นเกรง

กลไกความยุติธรรมควรนำสุข
กลับสร้างทุกข์ทับถมคอยข่มเหง
ปล่อยให้สุจริตชนพึ่งตนเอง
จนคว้างเคว้งหวาดผวาระอาภัย

ถูกเอารัดเอาเปรียบถูกเหยียบย่ำ
ชะตากรรมวิปริตผิดวิสัย
แทบทุกทางทุกที่มีเลศนัย
ความบรรลัยล่วงล้ำรุมย่ำยี

ดำเป็นขาวขาวเป็นดำทำลบเกลื่อน
ล้วนบิดเบือนกลับกลายระบายสี
สร้างหลักฐานพยานเท็จเบ็ดเสร็จมี
ผลคดีสั่งได้ดังใจปอง

อำนาจสั่งเงินซื้อหรือพวกขอ
เรื่องราวก็เรียบร้อยคล้อยสนอง
ความชั่วช้าช่วงโชติโลดลำพอง
ความถูกต้องตกต่ำเห็นตำตา

กระบวนการยุติธรรมหลักค้ำสิทธิ์
ทุจริตรายรุมสุมปัญหา
กวาดฝุ่นไว้ใต้พรมหมักหมมมา
ถึงเวลาปฏิวัติกำจัดพาล

(๘)
หลักประชาธิปไตยไทยยึดถือ
กฎหมายคือแนวทางวางรากฐาน
แต่สภาพบังคับกลับหย่อนยาน
ละหลักการกลายกร่อนอ้างผ่อนปรน

เจตนารมณ์ของกฎหมายสลายลับ
ขึ้นอยู่กับอำเภอใจไร้เหตุผล
เมื่อมีความบกพร่องของบุคคล
ยิ่งสับสนสืบเนื่องเกิดเรื่องลาม

การตรวจสอบทุกส่วนล้วนข้องขัด
สารพัดยุ่งยากเป็นขวากหนาม
ทั้งผู้คนกลไกไม่คล้อยตาม
มีแต่ความเมินเฉยจนเคยชิน

ต้องเรื่องราวฉาวโฉ่โกลาหล
ค่อยมีคนใส่ใจใฝ่ถวิล
ทุกข์ชาวบ้านธรรมดาดังอาจิณ
แทบไม่ยินไม่ยลไม่สนใจ

แค่เช้าชามเย็นชามตามประสา
กี่ปัญหาที่ผ่านการแก้ไข
กี่แผนงานเงียบนิ่งทอดทิ้งไป
บ้างก็ไฟไหม้ฟางก่อนจางควัน

ในขณะประชาชนยังท้นทุกข์
ท่านกลับสุขเสมือนเทพเสพสวรรค์
เพิ่มเงินเดือนเลื่อนตำแหน่งผลแบ่งปัน
สมานฉันท์สมาคมจนกลมเกลียว

ท่านอยู่ดีกินดีมีอำนาจ
ประชาราษฎร์ยากไร้ใครแลเหลียว
มาตรฐานที่พึงเป็นหนึ่งเดียว
ยังลดเลี้ยวลักลั่นแบ่งชั้นชน

หลากตัวบทกฎหมายหลายข้อห้าม
แค่ข้อความในกระดาษปราศจากผล
ใช้บังคับอยู่บ้างกับบางคน
ที่เผลอตนไปอยู่ขวางหูตา

แม้การเลือกปฏิบัติขัดกฎหมาย
แต่เส้นสายสัมพันธ์นั้นแน่นหนา
ความเป็นธรรมที่ใครเคยได้มา
ต้องถือว่าโชคหนุนบุญอนันต์

ตราบที่กฎไม่ถูกเน้นว่าเป็นกฎ
ยังจับจดตามใจไม่กวดขัน
เหมือนไม้หลักปักเลนล้อเล่นกัน
ไม่มีวันยุติธรรมถูกคำนึง

ตราบผู้ถือกฎหมายเล่นขายของ
ความมัวหมองเสื่อมทรามลามทั่วถึง
ขณะที่คนดีทำเพียงรำพึง
ย่อมอื้ออึงเสียงสะอื้นคนขื่นใจ

(๙)
มีปลาเน่าร่วมข้องต้องกำจัด
ต้องยืนหยัดมุ่งมั่นอย่าหวั่นไหว
ยุคข้อมูลข่าวสารกังวานไกล
สามารถใช้เป็นเครื่องมือทุกสื่อกลาง

นำความรู้ความเข้าใจไปเผยแพร่
ให้ถ่องแท้เท็จจริงอาจอิงอ้าง
กระบวนการตรวจสอบเคยบอบบาง
ปรับโครงสร้างเสริมกำลังเฝ้าสังคม

การศึกษาพื้นฐานต้องขานรับ
หลักสูตรปรับเปลี่ยนใหม่ให้เหมาะสม
เอาคุณค่าแทนที่ค่านิยม
โดยระดมมันสมองช่วยตรองงาน

ทั้งสิทธิหน้าที่ชี้ให้เห็น
กำหนดเป็นแนวทางวางรากฐาน
ก่อนงอกงามความคิดจิตวิญญาณ
แตกกิ่งก้านคุณค่าปัญญาชน

ให้มองกว้างคิดไกลและใฝ่รู้
แบบอย่างผู้มีวินัยใช้เหตุผล
ยึดถือหลักพอเพียงพอเลี้ยงตน
ไม่ฉ้อฉลทุจริตมิจฉาจาร

ทุกองค์กรเกี่ยวข้องสนองตอบ
รับผิดชอบเคร่งครัดบรรทัดฐาน
เริ่มต้นที่ทุกส่วนกระบวนการ
ให้ประสานสอดคล้องทำนองควร

การรวบรัดปัดสวะอย่าประพฤติ
แต่จงยึดหลักมั่นมิผันผวน
อคติอวิชชาพาเรรวน
ต้องถี่ถ้วนดุลพินิจถูกทิศทาง

อย่าหวังเพียงเพื่อตนผลงานเด่น
จนเบี่ยงเบนความจริงอิงเท็จอ้าง
ความรู้สึกผิดชอบเป็นกรอบวาง
ทุกก้าวย่างยึดถือความซื่อตรง

หน้าที่เจ้าพนักงานทำการชอบ
มีเขตขอบยั้งคิดอย่าผิดหลง
บริสุทธิ์ยุติธรรมนำจำนง
จะยืนยงเกียรติยศปรากฏนาม

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องอาจหาญ
ถือหลักการสุจริตไม่คิดขาม
หูไปนาตาไปไร่จัญไรลาม
อย่าคล้อยตามอภิสิทธิ์อิทธิพล

พฤติกรรมทำสำนวนควรแก้ไข
เปลี่ยนมาใช้รวมสำนวนประมวลผล
ไม่ให้มีสำนวนอ่อนที่ซ่อนกล
ไม่เปื้อนปนปรักปรำทำวุ่นวาย

แม้รวบรวมหลักฐานเป็นงานหนัก
หลายสิ่งมักถูกอำพรางบ้างสูญหาย
ไม่เหมือนสร้างหลักฐานงานสบาย
อย่ามักง่ายผูกเงื่อนบิดเบือนความ

เคยตำรวจเจ้าตำรับเรื่องจับแพะ
แล้วหาแกะมาชนเห็นล้นหลาม
ก็เลิกละลบหมดภาพพจน์ทราม
เลิกวางก้ามทำกร่างอย่างเป็นนาย

ห้ามปกปิดสิทธิของผู้ต้องหา
ขั้นตอนตราไว้หมดในกฎหมาย
อย่ารวบรัดลิดรอนซ้อนอุบาย
จะอับอายอดสูคนดูแคลน

จะกลายเป็นตราบาปตราบลูกหลาน
ก่อตำนานอัปยศหดหู่แสน
ความผิดพลั้งครั้งคดีเชอรี่แอนน์
จำให้แม่นทั้งหมดเป็นบทเรียน

สำหรับผู้บริสุทธิ์ดุจพวกเขา
ถูกใครเล่าลิขิตชีวิตเปลี่ยน
เมื่อหลักฐานถูกสร้างอย่างแนบเนียน
ผลวนเวียนอย่างนี้อีกกี่ราย

ตรงกันข้ามกับคนที่พ้นผิด
เพราะอามิสสู่มือถือกฎหมาย
มีผู้ยอมอัปยศหมดยางอาย
เอาเกียรติขายสิ้นค่าศรัทธาคน

บ้างละเลยเฉยชาลืมหน้าที่
บ้างแสร้งมีดุลพินิจผิดเหตุผล
หยิบกฎหมายตีความตามใจตน
ล้วนฉ้อฉลจัดฉากยากเยียวยา

อัยการเปรียบ ทนายของฝ่ายรัฐ
ต้องเคร่งครัดแข็งขันมองปัญหา
กรองสำนวนถ้วนถี่ด้วยปรีชา
ใช้อาญาแผ่นดินปราบสิ้นพาล

สำนวนอ่อนซ่อนเงื่อนเหมือนงำเลศ
ก็สังเกตแก้ไขไม่ปล่อยผ่าน
สั่งสอบสวนเพิ่มเติมเสริมพยาน
กันหลักฐานตกหล่นเกิดมลทิน

ประโยชน์รัฐเป็นหลักต้องรักษา
สร้างศรัทธาผองชนพ้นติฉิน
อย่าเหลวไหลเลยออกนอกระบิล
ลบคำหมิ่นเคยมีที่แล้วมา

ต้องชัดเจนจรรโลงความโปร่งใส
เหตุผลใดมิฟ้องผู้ต้องหา
พร้อมระวังพลั้งพลาดผิดมาตรา
เขาจะว่ามวยล้มสมยอมกัน

ความประพฤติควรให้อยู่ในกรอบ
รับผิดชอบหน้าที่ขมีขมัน
บริสุทธิ์ยุติธรรมเป็นสำคัญ
ต้องยืนยันยืนหยัดถือสัตย์ครอง

คนเป็นผู้พิพากษาอย่าหวั่นไหว
หากเผลอไผลลืมตัวอาจมัวหมอง
คติธรรมประจำใจใช้ไตร่ตรอง
เพราะท่านต้องเป็นหลักพิทักษ์ธรรม

ในพระปรมาภิไธยอ้าง
อย่าอำพรางทุจริตคิดใฝ่ต่ำ
ขืนปล่อยให้ตัณหามาครอบงำ
จักเกิดคำครหาเป็นราคี

ใช่อยู่บนบัลลังก์นั่งเชิดหน้า
แหงนมองฟ้าเมินดินสิ้นราศี
เริงอำนาจวาสนาบารมี
ลืมหน้าที่พันธะปฏิญาณ

แต่รอบคอบรอบรู้ตราชูเที่ยง
ไม่เอนเอียงอคติริวิตถาร
ใช้สามัญสำนึกตรึกตรองการณ์
มองเหตุผ่านสู่ผลค้นต้นตอ

โดยหลักการความเป็นกลางใช่วางเฉย
อย่าละเลยคอยจนคนร้องขอ
ทางชอบธรรมในหน้าที่ห้ามรีรอ
อย่าลับล่อเลี้ยวลดเลี่ยงกฏเกณฑ์

กระบวนการวาดวางอย่างสร้างสรรค์
ต้องครบครันพร้อมพรักขะมักเขม้น
ยึดตัวบทบัญญัติความชัดเจน
ห้ามเบี่ยงเบนเบือนบิดผิดกระบวน

ธรรมชาติธรรมดามีสาเหตุ
หมั่นสังเกตกลนัยเร่งไต่สวน
กรองเอาถ้อยกระทงความตามสมควร
เพื่อประมวลเบ็ดเสร็จข้อเท็จจริง

นำไปสู่สุจริตวินิจฉัย
ตามวิสัยโดยสัตย์ชัดทุกสิ่ง
ข้อกฎหมายที่กระจ่างยกอ้างอิง
แยบคายยิ่งยืนยันภูมิปัญญา

บุคลากรฝ่ายรัฐเลิกจัดฉาก
เป็นฐานรากสำคัญแก้ปัญหา
สร้างความหวังรำไรให้ประชา
ได้พึ่งพาความเกื้อกูลเหล่ามูลนาย

(๑๐)
หากไปศาลด้วยใจซื่อมือสะอาด
มักพลั้งพลาดเพลี่ยงพล้ำระส่ำระสาย
ต้องปลิ้นปล้อนซ่อนเล่ห์เพทุบาย
ดำก็กลายเป็นขาวราวเสกมนต์

จากภาพลักษณ์ด้านลบที่พบเห็น
จึงกลายเป็นจุดด่างสร้างสับสน
ทนายความตามสายตาประชาชน
ได้แก่คนกลิ้งกลอกคอยหลอกลวง

กระบวนการบิดเบือนจนเปื้อนปด
พาภาพพจน์เพี้ยนไปอย่างใหญ่หลวง
คนดีนั่งหน้าสลดรันทดทรวง
ท่ามกลางปวงปัญหาที่มารุม

ในศาลาโกหกที่บกพร่อง
หลากคนชั่วฉวยช่องมาซ่องสุม
ทิศทางแห่งอำนาจขาดใครคุม
ก็เกิดกลุ่มคดโกงเชื่อมโยงใย

พวกตีนโรงตีนศาลสำราญรื่น
สินบนยื่นสู่อำนาจอนาถไฉน
คือความจริงที่จำต้องทำใจ
ตราบยังไร้หลักฐานประจานแจง

ผลกำหนดล่วงหน้าก่อนหาเหตุ
วางขอบเขตบีบคั้นอันเคลือบแฝง
วิธีการแยบยลกลพลิกแพลง
เพื่อกลั่นแกล้งกลบเกลื่อนเลือนความจริง

จนตกหล่นสูญหายรายละเอียด
ก็ยัดเยียดอยุติธรรมต่ำช้ายิ่ง
หวังที่พึ่งสุดท้ายหมายพึ่งพิง
กลับพบสิ่งที่แสลงเสียดแทงใจ

ทนายความที่ว่าความไปตามสัตย์
ทนอึดอัดอดกลั้นแกมหวั่นไหว
ต้องหดหู่รู้เห็นความเป็นไป
หวังเพียงให้โชคนำบุญอำนวย

บนถนนคนดีที่เปลี่ยวร้าง
เหมือนทิ้งขว้างโอกาสอาจฉกฉวย
ไกลเหลือเกินกับคำว่าร่ำรวย
เต็มไปด้วยขวากหนามตามเส้นทาง

ตราบที่ยังยืนหยัดความสัตย์ซื่อ
ความเชื่อถือทีละน้อยค่อยสมสร้าง
ทุกนาทีที่ผ่านรากฐานวาง
ทุกก้าวย่างสั้นสั้นแต่มั่นคง

แล้วจากปากสู่ปากยิ่งฝากชื่อ
ซึ่งก็คือคุณค่าอานิสงส์
กลายเป็นเกียรติเป็นศรีที่ดำรง
เชิดชูวงศ์ตระกูลจรูญเจริญ

วิชาชีพหลักวิชาต้องมาก่อน
ใช่ปลิ้นปล้อนสารพัดไม่ขัดเขิน
หากพูดจาสับปลับเกียรติยับเยิน
ถูกประเมินค่าต่ำหยามย่ำยี

ทุจริตผิดบาปเขาสาปแช่ง
ผลสำแดงเดือดร้อนรอนศักดิ์ศรี
เห็นแก่เงินเกินงามลามกาลี
กลับทวีทุกข์เทวษนำเภทภัย

จริยธรรมนำทางต่างเข็มทิศ
สุจริตศรัทธาอัชฌาสัย
รู้หลักเกณฑ์เจนจัดเสริมปัจจัย
ทันสมัยมีสมองตรองถูกควร

(๑๑)
กฎระเบียบแบบฉบับบังคับราษฎร์
บ่งอำนาจหน้าที่ไว้ถี่ถ้วน
ขาดเพียงผู้ดูแลจึงแปรปรวน
เสียกระบวนจากผลคนตะแบง

กระบวนการตรวจสอบไม่ตอบสนอง
กลับเปิดช่องฉ้อฉลกลกลั่นแกล้ง
มากมุบมิบโมเมเล่ห์พลิกแพลง
เหลือระแวงยากระวังกระทั่งระอา

มีใครเล่าเอาธุระขะมักเขม้น
ไม่ล้อเล่นหลบเลี่ยงไร้เดียงสา
คงมีแต่พวกเราเหล่าประชา
ช่วยจับตาแข็งขันหมั่นเปิดโปง

รอภัยลามถึงตนผลเสียหาย
เกิดเครือข่ายต่ำช้ามาเป็นโขยง
หลากลวดลายเลี้ยวลดจ้องคดโกง
ซ่อนใยโยงย้อนยอกออกอุบาย

คนลุแก่อำนาจเห็นกลาดเกลื่อน
คอยบิดเบือนกระบวนการลาญกฎหมาย
ความคาดหวังสังคมล่มมลาย
คลุมเครือคล้ายกลียุคย้อนคุกคาม

จิตวิญญาณนักกฎหมายแทบหายสูญ
คอยเกื้อกูลคนผิดไม่คิดขาม
สายสัมพันธ์พวกพ้องครรลองทราม
ยิ่งแผ่ลามฝังรากยากเยียวยา

หวังหน่อเนื้อเชื้อดีรพีพัฒน์
มิกระจัดพลัดพรายหน่ายปัญหา
แต่ร่วมแรงแข็งขืนฟื้นศรัทธา
ให้เจิดจ้า บริสุทธิ์ ยุติธรรม

ความเป็นนักกฎหมายในสายเลือด
อย่าแห้งเหือดปล่อยให้ใครเหยียบย่ำ
เลือดต้องข้น ต้องขลัง ฝังใจจำ
ไม่ใฝ่ต่ำลดตัวกลั้วอาจม

พวกนอกรีตผ่าเหล่ารากเหง้าชั่ว
ต้องลากตัวมารับทัณฑ์อันสาสม
ตัดเนื้อร้ายที่ลามความโสมม
เพื่อสังคมอบอุ่นบุญแผ่นดิน


วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ออกมาเถิด เพื่อนไทยร่วมชาติ


                        ออกมาเถิด .. พี่น้อง

                     ออกมาเถิด .. พี่น้องเพื่อนพ้อง
                 มาร่วมปรองดองสร้างชาติ
                 สมานฉันท์สามัคคีสามารถ
                 หาสร้างภาพวาดอันใด

                                                   น้องพี่ร่วมชาติเดียวกัน
                                                   แบ่งท่านกันฉันที่ไหน
                                                   แตกแยกฆ่าฟันหาไร
                                                   เชื่อเถิดเพื่อไทยืนยัน

                 มาพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน
                 ยื่นมือประสานเธอฉัน
                 เชื้อชาติสัญชาติสัมพันธ์
                 แหลมทองเดียวกันธงไทย

                                                   ใช่ฅน มาตรแม้นลวงล่อ
                                                   ใจคอโหดร้ายหาไม่
                                                   ห้ำหั่นสายเลือดกระไร
                                                   สาบานตกตายตามกัน


                                                                         รุ่งศิลา
                                                              ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
   

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ประเทศมหาอำนาจ Vs ประเทศมหาอำมาตย์


 ประเทศมหาอำมาตย์ ท้าทาย ประเทศมหาอำนาจ
     
โปรดอย่ากระพริบตาในแรงกระเพื่อมแห่งความไม่พอใจ
   จากผลกระทบที่จะตามมาในทางตรงและทางอ้อม  ทั้งบนดินและใต้ดิน

        การที่ ประเทศมหาอำมาตย์ บังอาจล้ำเส้นท้าทาย ประเทศมหาอำนาจ ระดับนำของโลก โดยมี
มหาอำนาจอันดับ1 อีกประเทศคอยถือหางคัดท้าย และอยู่ในสายตาของ มหาอำนาจยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย

ถือเป็นความผิดพลาดในการบงการประเทศครั้งร้ายแรงที่สุด รองจากคำสั่งซ้ำซากให้ ปฏิวัติรัฐประหาร ประเทศทุยนี้ 
ความกลัวทำให้เสื่อม ความยะโสโอหังแลโง่เขลา นำพาความหายนะมาสู่ประชาชนทั้งประเทศเพียงแค่เอื้อม ด้วย
กิเลสตัณหาริษยาอาฆาต เพียงตัวเดียว
ก็ไหนสรรเสริญกันหนักหนาว่า รู้แจ้งธรรมะ เป็นอัจฉริยะ
   ฉลาดเฉลียวกว่าผู้ใด ไฉนติ้นเขินเบาบางทางปัญญาขนาดนั้น

เขารู้กันทั้งประเทศว่ากรณี นายวิคเตอร์ บูท นี้เข้ามาเมืองทุยทำไม ...  ใคร,กองทัพไหนเชิญมา ... เพื่อมาหารือซื้อ
ขายเรือดำน้ำอะไร ...  ถ้าจะซื้อแล้วจะขัดใจใครที่ว่าอ่าวทุยตื้นเกินไปที่จะเอาเรือมามุดน้ำ ...  บูทเป็นตัวแทนค้าขาย
ของประเทศใด ... แล้วยังหักหลังจับเขาเพื่ออะไร ตามที่ทราบๆกันแล้ว(ข้อมูลเสริมตามลิงค์ที่แนบมาให้)

ผู้สันทัดกรณี เชี่ยวชาญรู้จริงในทางลึก ได้วิเคราะห์ความเสียหาย กรณีมีการตอบโต้จากมหาอำนาจหมีขาวไว้แล้ว
อย่างน่าตระหนกตกใจ เป็นไฟกองใหญ่ที่ถูกจุดไว้เรียบร้อยแล้ว

หรือประเทศทุยนี้จะต้องแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามคำทำนาย ต้องตามแผนการมหาอำนาจผู้ละโมภโดยแบ่งแยก
ทำลาย แล้วจับรวมเป็นหนึ่งเดียว New World Order “การจัดระเบียบโลกใหม่ หรือ “การปฏิวัติโลก”

                                 
ความยิ่งใหญ่ของทรราชย์จอมบงการ เป็นเพียงแค่ตุ๊กตา หมากตัวเล็กๆบนกระดานโลกใบนี้..หน้าที่ของจอมมาร
ตนนี้ก็เพียงแค่จัดอำนวยความสะดวก ให้กับแผนการ เท่านั้น จะโดยความเขลารู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือโดยเป็นตัวละครที่
ถูกจัดตั้งส่งเสริมให้ยิ่งใหญ่มาก่อน ก็อาจเป็นได้ ... ถ้าท่านผู้อ่าน ได้ศึกษาประวัติการก้าวขึ้นสู่อำนาจชักใย สืบลึกย้อน
หลังไปค่อนศตวรรษ ดวงตาจะเห็นแจ้ง

เป็นการแลกเปลี่ยน ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ต่างตอบแทนกัน ฝ่ายทรราชจอมบงการได้อำนาจวาสนาความมั่งคั่ง
ส่วนฝ่ายองค์กรชักใยโลกได้ครอบงำดำเนินงานตามแผนการอย่างราบรื่นไร้การต่อต้าน

ซึ่งแผนการนี้ อยู่ในการเฝ้าระวังของประเทศมหาอำนาจพี่เบิ้มแห่งเอเชีย และองค์กรกลุ่มประเทศมุสลิมโดยใกล้ชิด

                             
ผมขอทำนายไว้ เลย ณ.วันเวลานี้ว่า
มหาอำนาจฝ่ายหนึ่ง จะดุนหลังพิงของกลุ่มทรราชอำมาตย์
มหาอำนาจอีกฝ่าย ที่ใหญ่ยิ่งไม่แพ้กัน จะสนับสนุบสนุนให้ล้ม...
ในทางเดียวกันพี่เบิ้ม มหาอำนาจเอเชีย ก็จะกระหนาบอยู่รอบข้างด้านพม่า ลาว และ เขมร
พร้อมให้การสนับสนุนผู้นำหัวก้าวหน้าของประเทศทุยนี้ ในการขุดคลองไทย(คอคอดกระ) หรือ แลนด์บริดจ์ เพื่อเชื่อม
ต่อกับเส้นทางถนนจากตอนใต้ของจีนที่ตัดผ่านเมียนม่าร์ สอดรับกับการวาง ยุทธศาสตร์ทางทะเล ในมหาสมุทรอินเดีย
ไว้ดูแลผลประโยชน์ของจีนในอนาคต รวมถึงกองเรือรบจีนที่จะประจำการ ณ.ฐานทัพเรือในประเทศ เมียนม่าร์ ..

ผลักดันให้เกิด เอเชียบอนด์ การตั้ง ตลาดพันธบัตรแห่งเอเชีย วงไพบูลย์ทางการเงินแห่งเอเชีย  เพื่อระดมทุน หมุน
เวียนทรัพยากรจากประเทศเอเชีย เพื่อประโยชน์ประเทศภูมิภาคเอเชียด้วยกัน

         รัสเซีย และ จีน เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” กันนี้คือสิ่งที่ชาติมหาอำนาจยิ่งใหญ่ หวั่นเกรงและขัดขวางทุกวิถีทาง
เพื่อไม่ให้เกิด จึงสนับสนุนอย่างลับๆให้ล้มทุกรัฐบาลของประเทศทุยนี้ หากผู้นำทุยคนใดมีความคิดก้าวหน้า ด้วยน้ำมือของ
กองทหารขี้ข้าอำมาตย์ทำรัฐประหารตามคำสั่งการของทรราชตัวเดิมอีกที .........     บทความโดย  รุ่งศิลา 23 พย.2553

           

                                         
       "ใครที่คิดว่าอเมริกาจะช่วยตนและพวกให้พ้นข้อหาอาชญากรรมระหว่างประเทศ"
โดยการเอาคดีความบางเรื่องเข้าแลก ก็อย่าหวังว่าอเมริกาจะจริงใจนะครับ ชีวิตมนุษย์จำนวน ๙๑ คน ที่ต้องตายจาก
เหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่ม คนเสื้อแดง ในอนาคตอาจนำความยุ่งยากมาสู่ผู้คนบางกลุ่มด้วยการจะต้องถูกฟ้องร้อง
ของคดี สังหารหมู่ คดีการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ คดีทำร้ายพลเรือน ฯลฯ

นายกษิต ภิรมย์ เดินทางไปกรุงมอสโก เพื่อคุยกับกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องของนายบูท
ด้วย เรื่องที่นายกษิตพูดกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียนั้น เป็นความลับ ไม่มีใครทราบ แต่ผมก็ไม่คิดนะครับว่า นายกษิต
จะแย่ขนาดเอาเรื่องอิสรภาพ นายวิคเตอร์ บูท ไปแลกกับการขอให้รัสเซียส่ง พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร กลับ
มาให้รัฐบาลไทยลงโทษ

พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่ผู้ใหญ่ทางฝ่ายรัสเซียรักมาก คบกันเป็นเพื่อนตาย นิติภูมิรู้จักคนรัสเซียดี
จึงมั่นใจว่า คนรัสเซียไม่ขายเพื่อน  วิคเตอร์ บูท (๒) พุธ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๓

           

           
คำยืนยันจากปากของ นายวิคเตอร์ บูท ว่าช่วงสงกรานต์ มีผู้มาพบบูทที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และบอกว่าถ้ายูจะรอด
ปลอดภัย ยูจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ expert ไปให้การในศาล ว่าพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ทำ operation
ดำเนินการทั้งหมดทั้งปวงในการขนอาวุธจากเกาหลีเหนือมายังประเทศไทย และอาวุธดังกล่าวจะนำมาใช้โดยพวกเสื้อแดง

นายวิคเตอร์ บูท  ก็งงว่าอะไรคือ เสื้อแดง และปฏิเสธ เพราะไม่ต้องการมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในประเทศอื่น

เพราะคิดว่า ชาวไทยนั้นโง่ไม่รู้ว่า นายวิคเตอร์ บูท ติดคุกในประเทศไทยมานาน ๒ ปีครึ่งแล้ว จะไปจัดการกับเครื่องบิน
ขนอาวุธจากเกาหลีเหนือได้อย่างไร การติดคุกที่แดน ๘ ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ไม่มีทางเลยที่ผู้ติดคุก จะบงการเพื่อ
ให้เครื่องบินจากเกาหลีเหนือขนอาวุธมายังประเทศไทย วิคเตอร์ บูท (๑) อังคาร ๒๔สิงหาคม๒๕๕๓

           

ตั้งแต่ เดือนธันวาคม ๒๕๕๐ สังคมไทยก็ตระหนักถึงศักยภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ผลิตจากสหพันธรัฐรัสเซีย มีการ
กระดิกพลิกตัวของบรรดานายทหารทุกเหล่าทัพ เดินทางไปดูโรงงานผลิตอาวุธของรัสเซียกันยกใหญ่
ผู้ใหญ่หลาย ท่านสอบถามตามข่าวถึงคุณภาพของอาวุธและการอุตสาหกรรมรัสเซียหลายครั้ง จับความสนใจในขณะนั้น
ได้ว่า สังคมไทยสนใจในเรื่อง อาวุธรัสเซีย จริงๆ มิใช่สนใจเพียงตามกระแส

อเมริกา เป็นประเทศหนึ่งซึ่งมีรายได้จากการขายอาวุธ จากประวัติศาสตร์ คณะผู้นำของชาติบ้านเมืองใดที่เปลี่ยนแหล่ง
ซื้ออาวุธจากโรงงานอเมริกัน ไปซื้อของประเทศอื่น คณะผู้นำนั้น มักจะโดนรัฐประหาร ต้องเปลี่ยนรัฐบาลทุกรายไป

ผมมีลางสังหรณ์ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ แล้วล่ะครับว่า อนาคต น่าจะมีเหตุการณ์อะไรไม่ดีซักอย่าง สองอย่าง
เกิดขึ้นกับประเทศไทย  วิคเตอร์ บูท (๓)  พฤหัสบดี ๒๖สิงหาคม๒๕๕๓

           

                           
                          “สหรัฐอเมริกาเอาปลาตัวเล็กๆ มาเป่าขึ้นเป็นปลาวาฬ”

เพื่อต้องการจะหยุดกระแสอะไรหรือเปล่า? เพราะหลังจากที่นายบูทถูกจับ แทบจะไม่มีนายทหารไทยคนไหน กล้ารับ
เชิญไปดูงานที่โรงงานผลิตอาวุธของรัสเซียอีกเลย!
นายวิคเตอร์ บูท เดินทางมาถึงเมืองไทยเมื่อ ๖มีนาคม๒๕๕๑  และถูกจับหลังจากลงสนามบินสุวรรณภูมิ  ภายในเ
วลา๓ชั่วโมง ที่โรงแรมโซฟิเทล สีลม บูทถูกเจ้าหน้าที่ยูเอ็นรายงานมานานเกือบ ๑๐ ปี ทำไมไม่จับ
ทำไมต้องมาจับในช่วงที่กระแสอาวุธรัสเซียกำลังแรงในประเทศไทย และประเทศอื่นในโลกเยอะแยะ ทำไมไม่จับ
ทำไมต้องมาจับในดินแดนของประเทศไทย สงสัยแค่นี้แหละ? วิคเตอร์มาไทยด้วยTGเดียวกับผม ศุกร์ ๒๗สิงหาคม๒๕๕๓
    


วิคเตอร์ บูท (๑) อังคาร ๒๔สิงหาคม๒๕๕๓
วิคเตอร์ บูท (๒) พุธ ๒๕สิงหาคม๒๕๕๓
วิคเตอร์ บูท (๓) พฤหัสบดี ๒๖สิงหาคม๒๕๕๓
วิคเตอร์มาไทยด้วย TG เดียวกับผม ศุกร์ ๒๗สิงหาคม๒๕๕๓
เสียหายระดับโลก พุธ ๑กันยายน๒๕๕๓
ในอดีต รัสเซียจน บูทรวย จันทร์ ๑๑ตุลาคม๒๕๕๓
บูทสิ้นแต้ม อาจารย์ห้าแต้ม อังคาร ๑๒ตุลาคม๒๕๕๓
กรอบการพิจารณา แนวขุดคลองไทย

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ฮีโร่ หลงยุค เผด็จการ หลงเงา และจุดจบ


            ฮีโร่ หลงยุค เผด็จการ หลงเงา และจุดจบ

    * จอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศ พลตำรวจเอก
            * หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์

 และแล้ว ละครเรื่อง "เผด็จการตัวแทน" ก็ยังมิพักลาโรง คงเปิดการแสดงอย่างต่อเนื่อง
                                 คำเตือน โปรดยืนตรงหลังจบการแสดง










                         
           จอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศ พลตำรวจเอก สฤษดิ์ ธนะรัชต์
                              (16 มิถุนายน 2451 - 8 ธันวาคม 2506) นายกรัฐมนตรีคนที่ 11


          ระบอบใหม่
จอมพลสฤษดิ์ เล็งเห็นว่า"การปฏิวัติที่เป็นแค่การยึดอำนาจรัฐบาลอย่างเดียวนั้น ไม่อาจแก้ปัญหาของ
ประเทศอย่างยั่งยืนได้ จำเป็นจะต้องมีการรื้อ ”ระบอบ” ใหม่ทั้งหมดด้วย สฤษดิ์มองว่า ประชาธิปไตย
เป็นการปกครองแบบตะวันตกนั้นไม่เหมาะกับสังคมไทย เพราะนำมาซึ่งความโกลาหลไม่จบสิ้น ระบอบ
สำหรับประเทศไทยต้องเหมาะกับวัฒนธรรมไทย สังคมไทยไม่เหมาะกับการมีฝ่ายรัฐบาล vs. ฝ่ายค้าน
คอยคานกัน รัฐบาลน่าจะเป็น รัฐบาลแห่งชาติ ของคนทั่งประเทศ ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง จึงจะ
พัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่มากกว่า"


เดือนเมษายน 2500 กลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม(สยามรัฐ) และ กองทัพ ภายใต้การนำของ จอมพล
สฤษดิ์ ธนะรัชต์
เริ่มเคลื่อนไหวเตรียม แผนรัฐประหาร โดยมีแกนนำสำคัญเข้าประชุมร่วมกับกองทัพ
เช่น
          กรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร(พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัติ) ประธานองคมนตรี,
          ม.ร.ว.เสนีย์ และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

                                       
                จอมพลสฤษดิ์ ปฏิวัติรัฐประหาร รัฐบาลจอมพลป. 16 กันยายน พ.ศ.2500

                           
         เมื่อครั้งยังเป็นขุนทหาร เคียงคู่บารมีนาย จอมพล ป. ก่อนจะแข็งข้อยึดอำนาจนายเก่า

                             
            จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กระหนาบข้างซ้ายขวา ด้วยนายทหารคู่บารมี
    จอมพลถนอม กิตติขจร และ จอมพลประภาส จารุเสถียร ผู้สืบทอดอำนาจเผด็จการตัวแทน
              และทำการยึดทรัพย์เจ้านายหลังวายชนม์ หมดสิ้น ด้วยมาตรา17 ที่ตราขึ้นเอง


                             
             กงเกวียนกำเกวียน รัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ยึดทรัพย์2จอมพล และลูกชาย
                           หลังเหตุการวันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม พ.ศ.2516


    click เข้าชมภาพเด็ดๆ และที่มาของความสัมพันธ์ และเบื้องหลังการรัฐประหารซ้ำซาก เพื่อฮู ?




                                                 
                                            มาแชล สฤษดิ์ เซ็งเป็ดเซ็งไก่

.