วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2557

พิสิทธิ์คิโอ Pishitchio ... นายกฯ จมูกยาว



พิสิทธิ์คิโอ Pishitchio ... นายกฯ จมูกยาว

พิสิทธิ์คิโอ Pishitchio คือ นายกฯหุ่นไม้ ที่ ลุงพีเพ็ทโต ช่างต่อเรือใบอัจฉริยะชรา สร้างขึ้นมา และมีชีวิตจาก
คำลวงล่อขอพรจากฟ้า แต่ก่อนที่ พิสิทธิ์คิโอ จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนจริงๆ เขาต้องพิสูจน์ความกล้าหาญ ซื่อสัตย์
ต่อเจ้านาย คือ ลุงพีเพ็ตโต ในการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่สุดมหัศจรรย์ ...

พิสิทธิ์คิโอ Pishitchio มีลักษณะเด่นที่รู้จักกันดี คือ เมื่อพูดโกหก จมูกของเขาจะยาวขึ้นๆ เรื่อยๆ



แล้ว วันหนึ่ง พิสิทธิ์คิโอ  ก็ถูก จิ้งจอกเทือกเจ้าเล่ห์ กับ หมาเตี้ย หลอกให้ไปที่ ชุมนุมหรรษา ที่นั้นมี "อาหารดี ดนตรีไพเราะ"  
พิสิทธิ์คิโอไม่อยากไป จิ้งจอกเทพเจ้าเล่ห์ กับ หมากระเป๋า จึงต้องฉุด  เมื่อไปถึงจิ้งจอกเทือก ก็ขาย “นายกฯหุ่นไม้” ให้กับ หญิงอ้วน-
หญิงอ้า 2 พี่น้อง 
นอกจาก พิสิทธิ์คิโอ แล้ว ยังมีพวก
เด็กนักเรียน-นักศีกษา ดารา นักร้อง จากค่าย เอ้ย..หมู่บ้านอื่น ถูกหลอกมาเช่นกัน

ที่ ม๊อบหรรษา มีของกินของให้เล่นมากมาย ทั้ง ระเบิดมือ ประทัดยักษ์ เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม-79 ปืนผาหน้าไม้  สั้นยาว เยอะแยะ
...คาร์บอมส์ ก็มีด้วย หุ่นไม้ และมวลมหาประชาฅน ดีใจมาก ทั้งกินขนมทั้งเล่นในสวนสนุก
ชมมหรสพเวทีร้องรำทำเพลง เขมรไล่ควาย
ระบอบทักกี้ออกไป  ด้วยความปลอดภัย จากการคุ้มครองของ 
การ์ดหมาป่าชาติหมาหมู่ ที่แสนดุร้าย น่าเกรงขาม



แต่ ปรากฏว่าเมื่อ มวลมหาประชาฅน กินขนมเข้าไปก็กลายสภาพเป็น "ลา" .. แท้จริง ชายเจ้าเล่ห์ ล่อหลอกให้ มวลมหาประชาฅน
มาสนุกสนาน ต้องการเปลี่ยนให้กลายสภาพเป็น ลาโง่ ทั้งหมด เพื่อเอาไปขายต่อ
ใช้งาน ทำกำไรนั้นเอง และ พิสิทธิ์คิโอ  ก็ได้ กลาย
สภาพเป็น “ครึ่งหุ่นไม้ครึ่งลาโง่” ด้วยเช่นกัน


เมื่อ หลบหนีออกมาได้ พิสิทธิ์คิโอ มาถึงพรรค ก็พบประตูหน้าถูกล็อคไม่มีคนอยู่ พิสิทธิ์คิโอ กับ ชวนี่จิ้งหรีด เดินตามหาที่ริมชายทะเล
ก็บังเอิญพบจดหมายของ ลุงพีเพ็ทโต วางไว้บนเก้าอี้รถเข็น เขียนว่าออกตามหาลูกที่
ชุมนุมม๊อบหรรษา ด้วยเรือใบลำเล็ก แต่โชคร้ายถูก
ปลาวาฬสีน้ำเงิน
กลืนเข้าไปในท้อง
พิสิทธิ์คิโอ และ ชวนี่จิ้งหรีด ได้ติดตามหาพ่อทันที

แล้ว ทั้งคู่ก็ถูก ปลาวาฬสีน้ำเงิน ตัวใหญ่กลืนลงท้อง บังเอิญเป็นปลาวาฬตัวเดียวกับที่ อมเพชร และกลืน ลุงพีเพ็ทโต สองพ่อ-ลูก ได้
พบ
หน้ากันอีกครั้งในท้อง นางปลาวาฬสีน้ำเงินตัวร้าย

                      
          
พิสิทธิ์คิโอ  คิดหาทางออกจากท้องปลาโดยเอาเศษไม้จากเรือมาก่อไฟ เพื่อให้เกิดควัน นางปลาวาฬต้องจามหลายครั้งจนปากเบี้ยว และ
ในที่สุดทั้งหมดก็ได้หลุดออกจากท้องปลาวาฬสำเร็จ นางปลาวาฬตัวร้าย โกรธจัดตามไล่ล่า จนเรือน้อยแตกกระจายเป็นเศษไม้ พิสิทธิ์คิโอ,
ชวนี่จิ้งหรีด และ ลุงพีเพ็ทโต โดนคลื่นซัด จากแรง อาฆาตพยาบาท โดยกำลังของ ปลาวาฬสีน้ำเงิน ไปคนละทิศคนละทางจนลอยถึงชาย
ฝั่งทะเล  Stone Head

ลุงพีเพ็ทโต หันไปเห็นปลาวาฬชนแก่งหินจนได้รับบาดเจ็บ แล้วว่ายตุปัดตุเป๋หัวสั่นกลับสู่ทะเลลึก แต่ พิสิทธิ์คิโอ  นอนแน่นิ่งตายเสียแล้ว
สร้างความเสียใจแก่ ลุงพีเพ็ทโต อย่างมาก เขาอุ้มพิสิทธิ์คิโอ  กลับเข้าไปในบ้าน แล้ววางไว้
บนโต๊ะ ส่วนตัวเขานั่งเอามือทั้งสองข้างปิดหน้าสะอื้นร่ำไห้ อยู่ข้างกายนายกฯหุ่นไม้ รำพึงรำพันกับตัวเอง ว่า
 “ เราทำผิดอารัยหรา พวกเขาจึงจงเกลียดจงชัง ว่ากล่าวทำร้ายเรา” งุงิ งุงิ

                        

คาร์โล คอลโลดิ (Carlo Collodi) นักประพันธ์ชาวอิตาเลียน ผู้ประพันธ์ พินอคคิโอ (อังกฤษ:Pinocchio)
เป็น วรรณกรรมเยาวชนภาษาอิตาเลียน

http://en.wikipedia.org/wiki/Carlo_Collodi

คอลคอลโลดิ ไม่ได้ตั้งใจที่จะเขียนเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องสำหรับเด็ก ตั้งแต่แรกเริ่ม ในเนื้อเรื่องดั้งเดิม นั้น
พินอคคิโอ ถูก จับแขวนคอตาย เนื่องจากทำความผิดนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ได้แก้ไขในฉบับถัดมา ซึ่งตอนจบ
ได้ให้ หุ่นกระบอก นั้นกลายเป็นเด็กที่มีชีวิตจริงๆ  เป็นตอนจบที่เรารู้จักกันดี

            

     
              “ผมอยู่เฉยไม่ได้ ผมต้องหาคำตอบให้กับประเทศ
         ความจริงคือไม่มีฝ่ายใดที่จะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการทั้งหมด”

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

เขาไม่ได้โง่ มโนเขียนเพ้อ เล่นๆหรอก... "ลอบสังหาร, แบ่งแยกดินแดน" แต่มันเป็น IO พรอพกานดา ชี้นำ


เปิดยุทธการ "IO" ผ่านโซเชียลมีเดีย หว่านพืชหวังผลการข่าว
ปลุกกระแสมวลชน ยึดครองอำนาจและประโยชน์
เขาไม่โง่ มโนเขียนเพ้อ เล่นๆหรอก แต่มันเป็น IO พรอพกานดา ชี้นำ

เป้าประสงค์เขา โปรยข่าวนำกระแส
ให้บางส่วนที่อ่านคล้อยตาม แผนที่เขาจะเด็ดหัว แกนนำ นปช.2คน และ แกนนำ แดงฮาร์ทคอร์'โกตี๋
ตามข่าวที่โกตี๋โดนตามปะกบติดหวังลอบสังหาร .. เป็นการสร้างข่าวเบี่ยงเบนประเด็นให้สับสน และ
เป็นข้อแก้ตัว หากเขาทำการลอบสังหารได้สำเร็จ

[​IMG]



[​IMG]
แดงเตรียมแห่ศพ ตู่,เต้น..!!!

เมื่อกระแสแดงทั้งแผ่นดินปลุกไม่ขึ้น ท่านแม้ว ดูไบ จึงยอมให้พวกซ้ายจัดขึ้นมา
คุมเกมส์
แผนการสร้างมิคสัญญีกลียุคก็เริ่มขึ้น

ทุกกลุ่ม ถูกเรียกเข้าประจำฐานในพื้นที่รอบๆกรุงเทพฯ เตรียมปฏิบัติการสร้างสถานการณ์มิคสัญญีกลียุค ตามวันเวลา
ที่นัดหมาย ภารกิจนี้เพื่อผลักดันให้เกิดการลุกขึ้นสู้ครั้งสุดท้าย เหตุกระแสแดงจุดไม่ติด พวกซ้ายจัดสรุปว่า "กระแสแดง
ยังไม่ขึ้นสู่กระแสสูง" โดยแบ่งเป็น 3 ภารกิจ

1.ปลุกเสื้อแดงให้ลุกขึ้นสู้กับฝ่ายตรงข้าม โดย
1.1 ยกระดับการทำร้ายและก่อวินาศกรรมต่อ แกนนำแดง นักวิชาการแดง แล้วให้สื่อในเครือข่ายสร้างกระแส​
แล้วโยนความผิดให้อำมาตย์ว่าสั่งทหารและ กปปส.ทำร้ายคนเสื้อแดง
1.2 เพิ่มความเข้มข้นในการทำร้าย ทำลาย ก่อวินาศกรรมต่อ คณะกรรมการ ปปช. และ แกนนำของ กปปส.
ทั้งเป้าหมายตัวบุคคลและสถานที่​

2.สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับฝ่ายศัตรูของระบอบทักษิณ โดยให้ ทีมชายชุด ดำ ลงมือทำร้าย
ผู้จัดรายการคนสำคัญของ ASTV คาดการณ์ว่าเป้าหมายน่าจะเป็น ลูกชายของ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เพื่อโยน
ความผิดว่าฝ่ายทหาร หรือ กปปส.เป็นคนทำ ตามยุทธวิธีแบ่งแยกมวลชนฝ่ายศัตรู​

3.ข่มขู่ให้กองทัพ และบุคคลระดับสูงกลัว แล้วยอมเจรจากับท่านแม้ว ดูไบ โดย
3.1 ก่อวินาศกรรมในภาคเหนือ พื้นที่เป้าหมาย เชียงใหม่ และ พิษณุโลก เพื่อ"ตบหน้า"แม่ทัพภาคที่ 3 น้องชาย
ของ พลเอกประยุทธ์
3.2 เตรียมทำคาร์บอมส์ (เหมือนกรณีซอยแจ้งวัฒนะ 13) ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน​

เป้าหมาย เพื่อส่งสัญญานไปยังสากลว่า เหนือและอีสาน คือพื้นที่ "ปลดปล่อย"
โดยให้ แดงอิสระ ในจังหวัดต่างๆเป็นคนทำ​

[​IMG]
[​IMG]
ภาพที่ สนข.ทีนิวส์ตัดต่อ "ภาพเสื้อแดงสกลนครแบ่งแยกดินแดน"


มอเตอร์ไซค์บอมส์..!!!
จากเหตุระเบิด เมื่อคืนย่านมีนบุรี มีการสืบสวนทางลับทราบว่า เป็นการเตรียมทำ คาร์บอมส์ รูปแบบ มอเตอร์ไซค์บอมส์
เหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มผู้ก่อเหตุเชื่อมโยงกับ กลุ่มอดีตทหารพราน ร่วมกับ กลุ่ม อส.พิทักษ์ป่า และ อส.ของแรมโบ้
ที่ใช้ป่าภูเขาหลวง บ้านหนองกก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่ฝึกฝนด้านยุทธวิธี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


[​IMG]

[​IMG]
Fake Fuse "ไปป์บอมส์" ชนิดจุดระเบิดด้วยนาฬิกาตั้งเวลา ประกอบสายชนวนหลอก​



รายละเอียดกลุ่มใช้อาวุธที่เคยแจ้งให้ทราบ

[​IMG]

กองกำลังชุดดำ..!!!
การจัดชุดปฏิบัติการของกองกำลังชุดดำมีรายละเอียดดังนี้​

1.ชุดปฏิบัติการยิง M 79 ทีมงานเป็น อดีตลูกน้องเสธ.แดง
2.ชุดปฏิบัติการขว้างระเบิดชนิดสังหาร เช่น M 26,RGD-5 ทีมงานเป็น แดงฮาร์ดคอร์ สังกัดกลุ่มเสื้อแดงอิสระ
3.ชุดปฏิบัติการขว้างระเบิดทำเอง เช่น ระเบิดขวด,ระเบิดประทัดยักษ์,ระเบิดท่อ PVC ทีมงานเป็น แดงอิสระ และ​
กลุ่มแดงเด็กแว้นท์
4.ชุดปฏิบัติการใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จุดต่างๆ(ปืนสั้น,ปืนไรเฟิลอัตโนมัติ AK 47,M 16) ทีมงานเป็น ตำรวจแดง และ​
แดงฮาร์ดคอร์สังกัดกลุ่มแดงอิสระ
5.ชุดปฏิบัติการวางระเบิดแสวงเครื่อง ประกอบถังดับเพลิงหรือถังแก๊สหรือปุ๋ยยูเรีย หรือ C-4 ใช้รถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์​
ในการทำเป็นคาร์บอมส์ เป็น แดงฮาร์ดคอร์อดีตทหารพราน เคยอยู่ใน กลุ่มเสธ.แดง

-ทุกกลุ่มทำงานภายใต้คำสั่งของวอร์รูมที่มีอดีตสมาชิก กลุ่มสโมสร 19 ซึ่งเป็นคนสนิทของ ท่านแม้ว ดูไบ
เป็นหัวหน้า และมี นายทหารนอกราชการ ยศพลเอก(พัลลภ ปิ่นมณี) กับยศ พันเอก เป็นหัวหน้าทีมยุทธการ

-เป้าหมาย เพื่อสร้างสถานการณ์ยั่วทหาร และท้าทายผู้หลักผู้ใหญ่ของชาติ หลอกล่อให้กองทัพ "ตกหลุมพราง"
ของ ระบอบทักษิณ

[​IMG]


 

                
ปฏิบัติการขว้างระเบิดชนิดสังหาร RGD-5 เวที กปปส.อนุสาวรัย์ชับสมรภูมิ 19 มค.2557 มีผู้บาดเจ็บ 28 คน


 
ชายชุดดำ การ์ดผู้ชุมนุม กปปส. ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ ประชาชน และเสื้อแดง ที่แยกหลักสี่ 1 ก.พ.2557
 
 ปฏิบัติการขว้างระเบิดชนิดสังหาร RGD-5 ใส่ผู้ชุนุมที่ ถ.บรรทัดทอง 17 ม.ค.2557 มีผู้บาดเจ็บ 36 ราย

   อ่านจบ พร้อมชมภาพประกอบแล้ว
ปะติดปะต่อเรื่องถูกไหมครับว่า ฝ่ายเขาดำเนินยุทธการถึงไหนแล้ว



วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

เรียนเชิญผู้มีความรู้ ได้โปรดช่วยด้วย!

    เรียนเชิญผู้มีความรู้
    กรุณาแยกแยะให้ด้วย ... ด่วน
    ฉบับไหนของจริง ...ฉบับไหนของปลอม ครับ
 



                ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?...11370725.12485.100000742893300&type=1&theater

วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

เชื้อไขรากเหง้า "กบฏบวรเดช" ที่ยังไม่ตาย ของเหล่าทาสที่ปล่อยไม่ไป



ในภาพ พระองค์เจ้าบวรเดชฯหัวหน้ากบฏ, ดิ่น ท่าราบแม่ทัพกบฏ, สุรยุทธ จุลานนท์หลานตากบฏ,
             เทวดาประมุขกบฏ, สุเทพ เทือกสุบรรณโจรใต้กบฏ, สนธิ ลิ้มทองกุลเจ๊กกบฏ


สถานการณ์ทางการเมืองประเทศนี้ ณ.ปัจจุบัน มันเกินเลยไปกว่า สมานฉันท์แล้วขอรับ

การแบ่งแยกเขตแดน แน่นอนว่าจะยังไม่เกิด แลไม่มีใครอยากจะให้เกิดการแบ่งแยกชาติพันธุ์เชื้อชาติื
ดังประเทศ เกาหลี และเยอรมันนี หรือ อินเดียในอดีต ที่แตกแยกออกมาเป็น ปากีสถาน และ บังคลาเทศ

ท่านที่ติดตามการเมือง ประเทศอันมืดมน นี้มาอย่างใกล้ชิด ต้องทราบและมองเห็นไปในทิศทางที่ไม่แตกต่างกัน
นักว่า สารขัณฑ์ประเทศ กำลังสุ่มเสี่ยงอย่างสูง ที่จะเกิดมิคสัญญี "สงครามกลางเมือง" แม้แต่สัญญาณบ่งบอก
การเตรียมระวังขั้นสูง ของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่ให้เฝ้าระวังและเตรียมกำลังทหารพร้อมเข้าแทรกแซง
หากมีเหตุการณ์วิกฤติ โดยการร้องขอของ สหประชาชาติ ได้ทันที(ตามคำประกาศ ปธน.บารัค โอบามา)
                    
ตามหัวข้อบทความ
      "ปรากฏการแบ่งแยกรัฐไทย และการปะทะกัน ของไทยจ้าว กับ ไทยไพร่"

ผมสะท้อนให้ท่านๆ ฉุกคิด วิเคราะห์ ต่อยอดตาม
ณ.วัน ว. เวลา น. ถ้ามีการยกกองทหารออกมายึดอำนาจรัฐที่ถูกต้องตาม กม.เมื่อใด
หาก นายกรัฐมนตรี และคณะ ครม.หลีกหนีการถูกควมคุมตัวโดย "คณะทหารผู้ก่อการกบฎ" ไปได้
ก็จะเกิดการต่อสู้ระหว่าง "กองกำลังผสมทหารและพลเรือนอาสาฯฝ่ายรัฐบาล" และ "กองกำลัง
ทหารที่ออกมารัฐประหาร"
(จะโดยการหนุนหลังของผู้ใด จะหวีผมหรือไม่ก็ตาม)

ในกรณีที่ นายกรัฐมนตรี ถูกจู่โจมจับกุมตัว หรือโดนสังหาร ... รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีอันดับต่อๆมา
ก็สามารถ ที่จะจัดตั้ง "รัฐบาลพลัดถิ่น" ได้ในพื้นที่บางส่วนของประเทศที่ปลอดการยึดครอง หรือกระทั่งสามารถ
ตั้งในประเทศพันธมิตรที่ให้การรับรอง ซึ่งไม่ต่ำกว่า50 ประเทศที่ขานรับ รัฐบาลที่ชอบธรรมตามกฏหมาย ในครรลอง
ประชาธิปไตย อันได้การยอมรับในสากลโลก
                               
ที่ลืมเสียมิได้และอย่าได้ลืม คือ ประชาชนของประเทศนี้ได้แตกแยกทางความคิดทางการเมือง
มากว่า 80 ปีแล้วนับแต่ พศ.2475 ระหว่างผู้ศรัทธาจ้าว กับ ผู้ไม่นิยมชมชอบระบอบจ้าว (คณะราษฏร์)

การแบ่งแยกคนทางความคิดอุดมการณ์ คุกรุ่นลุกโชน ขึ้นมาเป็นระยะ ปะทุปะทะ กัน มาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ครั้ง กบฏบวรเดช 2476, ตุลาวิปโยค 2516-19, พฤษภาทมิฬ 2535, สงกรานต์เลือดเมษา 2552,
เมษาทมิฬ-พฤษภานรก 2553
  ... เหล่านี้คือ เชื้อไขรากเหง้าที่ยังไม่ตาย ของเหล่าทาสที่ปล่อยไม่ไป บงการ
โดย"ทรราชผู้มั่งคั่ง" ซึ่งเพียรพยายามฟื้นฟู "ระบอบทรราชย์ใหม่"  ขึ้นมาผงาดยิ่งใหญ่อีกครั้ง(ตามฝัน)

 กโลบาย แผนสอดคล้องต้องกันใน ทฤษฏีสมคบคิด (Conspiracy Theory) อาทิ
                  แผนการ ปิดประเทศแช่แข็ง 5 ปี เพื่อ... (อะไรที่แอบแฝง)
                  แผนการ ตั้งสภาปฏิรูปทางการเมือง "เทือกตั้ง" ... (อะไรที่แอบแฝง)
                  แผนการ ฟี้นฟูระบอบ.คืนอำนาจให้บวรเดชฯ สดุดีดิ่น ท่าราบ ... (ถามพวกกรู 'คณะราษฏร์' หรือยัง)                           


                 




            กระซิบข้างหูเบาๆ แก่ "ท่านที่โลกสวย" ทั้งหลายให้ทราบ
            ฝ่ายประชาชน ประชาธิปไตย คราวนี้ ไม่มีวันยอมโดนรุมยิง ล้อมฆ่า แบบคราวก่อนๆ
            วันนี้ มีการฝึกอาวุธ กองกำลังนิรนามนักรบอาสา นับพันๆนายพร้อมรบ ด้วยอาวุธครบมือ
            อย่างลับๆ ในใจกลางประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญ ทหารไทย(ฝ่าย ปชต.)

                            
                 มีการขนอาวุธลำเลียงมาส่งอย่างต่อเนื่อง นำขบวนมาด้วยรถหวอ ?
เพื่อเตรียมรับมือกับ สถานการณ์รัฐประหาร ช่วงชิงทางการเมือง และ การผลัดแผ่นดิน


                       นี่ยังไม่นับ กองกำลังทหาร-ตำรวจ ฝ่ายประชาธิปไตย อีกหลักแสน
                  แหละ ก็ยังไม่รวม "มวลชนแดงเสรีประชาธิปไตย" ไม่สังกัด นปช. นับเกินล้าน


สุดท้าย อยากกล่าวทิ้งไว้ว่า โลกสารขัณฑ์ นี้ไม่สวยอย่างที่ท่านนึกคิดหรอก ขอรับ ไม่มีใครโดยเฉพาะ
ชนสายเลือดเดียวกันที่ต้องการ แล กระหายเลือดอยากมาฆ่าฟันกัน แต่บางสิ่งมันก็จนใจเพราะเกินกว่าจะทัดทาน


           สัญชาติมนุษย์ นั้นมันขัดแย้งรบรากันมาตลอดประวัติศาสตร์
                     โลกสวย ขอรับ แต่สันดานดิบกระหายอำนาจ
                    และโลภโมโทสันของมนุษย์ต่างหากที่มันไม่สวย

                                                                                     รุ่งศิลา

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

"จนท.พิทักษ์ป่า" 12,000 นายทั่วประเทศ และอาวุธประจำกาย HK-33

               

เฮคเลอร์แอนด์คอช เอชเค 33 (อังกฤษ: Heckler & Koch 33 HK33) RIFLE,AUTOMATIC, CAL. 5.56 MM.
HK 33 เป็นปืนเล็กยาว พัฒนาโดยบริษัทเฮคเลอร์แอนด์คอช ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ทศวรรษ 1960 โดยพัฒนามาจากปืนเล็กยาว
เฮคเลอร์แอนด์คอช จี3 ซึ่งเป็นขนาด 7.62x51 มม. มีประจำการในกองทัพ บราซิล ไอร์แลนด์ ตุรกี และได้รับสิทธิ์ผลิตใช้ใน
กองทัพ ไทย และ มาเลเซีย

HK33 เป็นปืนเล็กยาวที่สามารถยิงได้ทั้งทีละนัด และยิงเป็นชุดการทำงานของเครื่องกลไกเป็นแบบ Delayed Blowback และใช้
การขัดกลอนด้วยลูกกลิ้ง  ซึ่งเป็นตัวขัดกลอนและหน่วงเวลาในการเปิดรังเพลิง ใช้ซองกระสุน 2 ชนิดคือ ชนิดบรรจุได้ 20 นัด และ
บรรจุได้ 40 นัด ใช้กระสุน ขนาด 5.56 มม.x45 mm. NATO ใช้กระสุนขนาดเดียวกับ M16  มีอัตราการยิงประมาณ 650 นัด/นาที


                        

กองทัพไทย ปืน HK33 ปืนชนิดเดียวที่คนไทยมีลิขสิทธิ์ และได้ชื่อว่าสามารถผลิตได้เอง เป็นอาวุธประจำกายทหารไทยที่ทั่วโลก
รับรอง ได้ขออนุญาตใช้สิทธิบัตรเพื่อนำมาผลิตเองโดยกรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) และเข้าประจำการในปี พ.ศ. 2511 โดยใช้
ชื่อ ปืนเล็กยาว แบบ 11 หรือ ปลย.11 สำหรับทหารบก หรือ ปืนเล็กยาวอัตโนมัติ ขนาด 5.56 มม. เอชเค 33 หรือ ตัวย่อ
ปลยอ.5.56-3 สำหรับทหารอากาศ

                        

ปัจจุบันยังประจำการอยู่ในบางหน่วยของกองทัพไทย และใช้สำหรับฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริงของนักศึกษาวิชาทหาร
เพื่อให้เกิดความคุ้ยเคย

                

“อาวุธ ที่กรมอุทยานเบิกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ระหว่างการลาดตระเวนคือ ปืน เอชเค 33 และปืนลูกซอง
    ในขณะที่บ่อยครั้งเราพบว่าฝ่ายตรงข้ามใช้ อาวุธครบมือที่ทันสมัยกว่ามาก ทั้งปืนกล อาก้า
                ส่วนของเรานั้น เอชเค 33 ที่มีอยู่พบว่า เกือบทั้งหมดใช้มา 20-30 ปีแล้ว"


จนท.พิทักษ์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั่วประเทศนั้น ขาดแคลนอาวุธปืน อีกประมาณ 6,500 กระบอก
ซึ่ง จำนวนนี้ ต้องนำไปเสริมกับอาวุธเก่าที่มีอยู่แล้ว แต่ยังสามารถใช้การได้ดีอยู่ นอกจากอาวุธปืนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องการ เสื้อเกราะกัน
กระสุนระหว่างปฏิบัติงานด้วย เพราะที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของกรมอุทยานฯไม่เคยมีเสื้อเกราะกันกระสุนใช้ระหว่าง การปฏิบัติหน้าที่
เลย ทั้งๆที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างมาก

ปัจจุบัน ปืนของเก่าที่กรมอุทยานมีอยู่และยังใช้งานได้ประมาณ 6,000 กระบอก เป็นปืน เอชเค 33 และ ปืนลูกซอง แต่ที่อยู่ระหว่าง
การขอซื้อใหม่นั้น เป็นปืนกลชนิดยิงเร็ว แต่ยังไม่ได้ระบุรุ่น และปืนลูกซองยาว 7 นัด เพราะเวลานี้ ไม่มีการผลิต ปืนเอชเค 33 ออกมาขาย
อีกแล้ว และยังมี เสื้อเกราะกันกระสุน ซึ่งขอเป็นชนิดเกราะอ่อนไป ราคาทั้งเสื้อเกราะและปืน น่าจะอยู่ที่ประมาณ ตัวและกระบอก ละ
 70,000-100,000 บาท

       เป็นเรื่องที่ ได้ผลักดันให้พนักงานพิทักษ์ป่าประมาณ 12,000 นายทั่วประเทศ
                                              
ย้อนไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน เราอาจนึกถึงภาพ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ในแบบชายชาวบ้านผู้อุทิศตนเพื่อรักษาป่าไม้ สะพายปืน
บนบ่าเดินท่อมๆ ขึ้นเขาลงห้วย ไปไล่จับพรานที่เข้ามาล่าสัตว์บ้าง ปะทะกับพวก “มอดไม้” บ้าง แต่ภาพเหล่านั้นห่างไกลกับในวันนี้
ที่มี “สมาร์ตพาโทรลเรนเจอร์” (Smart patrol ranger) หรือ "หน่วยลาดตระเวนเชิงคุณภาพ" ที่ได้รับการพัฒนาเทคนิควิธีทั้ง
“บู๊” และ “บุ๋น” เพื่อคุ้มครองป่าไม้ รู้จักใช้อุปกรณ์เดินป่าที่เหมาะสมและทันสมัย ไม่ว่า เครื่องจีพีเอส กล้องถ่ายรูปดิจิทัล
กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า
และ ซอฟแวร์ภูมิศาสตร์สารสนเทศ

“ระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ถูกนำมาใช้ในเมืองไทยครั้งแรกที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเมื่อปี 2549 ตามด้วยเขตรักษาพันธุ์
สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เดิมทีเราตั้งเป้าให้ระบบนี้ครอบคลุมผืนป่าตะวันตกทั้งหมด
ภายในระยะเวลา 5 ปี เป้าหมายคือเพิ่มประชากรเสือโคร่งขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์”

มิติด้านคุณภาพของคน หมายถึงเจ้าหน้าที่ต้องแข็งแกร่ง อดทน ดำรงชีวิตในป่าได้ ใช้อาวุธปืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมิติด้าน
อุปกรณ์ โดยเฉพาะเครื่องจีพีเอส กล้องดิจิทัล และซอฟแวร์โปรแกรมจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูล

      

                        เจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ (Park Ranger)

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า (Forest Ranger) หรือ เจ้าหน้าที่พิทักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (Wildlife Ranger) คือ บุคคล
ผู้ทำหน้าที่คุ้มครองและรักษาอุทยานแห่งชาติ อุทยานประจำรัฐหรือจังหวัด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่คุ้มครองทางธรรมชาติต่างๆ

แต่ละประเทศก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป Ranger เป็นชื่อเรียกของ ผู้พิทักษ์ป่า ในประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ สหราชอาณาจักร

ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา Park Ranger คือผู้พิทักษ์ป่าที่ทำหน้าที่ใน กรมอุทยานแห่งชาติ (National Park Service ) ส่วน
Forest Ranger คือ ผู้พิทักษ์ป่าในกรมป่าไม้ (Forest Service ) ประเทศอื่นๆ ใช้คำว่า park warden หรือ game warden เพื่อ
เรียกอาชีพนี้ คำจำกัดความซึ่งอธิบายลักษณะงานของ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าก็คือ

“ผู้ทำหน้าที่ปกป้องมนุษย์ให้พ้นจากภัยธรรมชาติ และการปกป้องธรรมชาติให้พ้นจากการทำลายของมนุษย์”
ซึ่งการทำหน้าที่พิทักษ์ป่าจะต้องใช้ความรู้ ความชำนาญหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติวิทยา ชีววิทยา วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กฎหมาย เป็นต้น






อรินทราช ๒๖ ... ARINTARAJ 26



            ตร.หน่วย ที่มีกำลังพลเตรียมพร้อม(รบ) มากที่สุด
               คือ ตชด.  กองกำกับการ ทั้ง 4 ภาค ประมาณ 20,000 นายระดมกำลังจากทั่วประเทศ
               รวมถึง "นเรศวร ๒๖๑" กับ "ตำรวจพลร่มรบพิเศษ" ค่ายนเรศวร หัวหิน

               ส่วน "อรินทราช ๒๖" และ "คอมมานโดกองปรามปราม" มีกำลังพลระดับ กองร้อย

               **หน่วย ที่จะยันกันในเมือง อย่างไม่ได้เปรียบเสียเปรียบนัก คือกำลัง ตชด. ที่มีศักยภาพการรบเหมือน ทหาร

               ส่วน "หน่วยSWAT." และ "ตร.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ" ต่างๆนั้น จะดำเนินกลยุทธ แบบฉาบฉวยเด็ดขาด
               ต่อเป้าหมายเฉพาะ ... รุ่งศิลา


  
    

             

หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ... สำนักงานตำรวจแห่งชาติ




สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มีกำลัง พลทั่วประเทศกว่า 3 แสนนาย
เรียบเรียงบทความ และภาพประกอบ : รุ่งศิลา
                                    


ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) (Border Patrol Police)

คือ ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นกำลังเสริม แทนการใช้กำลังทหาร ในรักษาความสงบตามแนวตะเข็บชายแดน
อันเนื่องจากสนธิสัญญากรุงเจนีวา ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส กำหนดห้ามไม่ให้มีกำลังทหารในระยะ 25 กม. จากแนวแบ่งเขต
ชายแดน ไทย,ลาว และ กัมพูชา



วัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้ง ตชด. ในช่วงแรก คือ ป้องกันกองกำลังคอมมิวนิสต์ที่เข้ามารุกรานในประเทศ
โดยให้ ตชด. เป็นหน่วยที่มีคุณลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ


1. สามารถทำการรบได้อย่างทหาร
2. สามารถปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างตำรวจ
3. สามารถดำเนินการพัฒนาและช่วยเหลือบริการประชาชนแทน กระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ ได้เช่นเดียวกับ
ข้าราชการพลเรือน
                                                 


ปัจจุบัน ตชด.มีกำลังพลทั่วประเทศประมาณ 20,000 นาย ระดมกำลังจากทั่วประเทศผลัดเปลี่ยนกันช่วย
เสริมวางกำลังในการรักษาความสงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ประมาณ 5,000 นาย



รถเกราะ คอมมานโด V-150 เขี้ยวเล็บของ ตชด.





หน่วยตำรวจพลร่ม หรือ พลร่ม นเรศวร ๒๖๑


นเรศวร 261 เป็นหน่วยตำรวจ ที่สำคัญของตชด.เป็นหน่วยรบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดหน่วยหนึ่ง รองรับได้ทุกสถานการณ์ 
มีขีดความสามารถใน
การยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การยุทธส่งทางอากาศ การรบพิเศษ และ การปฏิบัติการพิเศษ
เพื่อตอบโต้ต่อภัยคุกคามที่เป็นทหาร และไม่ใช่ทหาร ในการสงครามพิเศษ และการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบ,การก่อ
การร้าย ทุกรูปแบบ ด้วยการปฏิบัติการปกปิด รับผิดชอบการปฏิบัติการทั่วประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2526  เป็น
หน่วยระดับกองกำกับการ
(ผกก.) มีผู้กำกับการเป็นหัวหน้าหน่วยราชการสังกัด กองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน
ทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน



 
      
          ภารกิจและการจัดหน่วย
กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ นเรศวร 261 มีภารกิจปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากลและการก่อการร้ายในเมือง
ทุกรูปแบบ สังกัด
กองร้อยที่ 4 กก.สอ.ตชด. ประกอบด้วย ที่บังคับการกองร้อย,หมวดโจมตี,หมวดลาดตระเวนซุ่มยิง,
หมวดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด,หมวดการฝึก และหมวดสนันสนุน


ประกอบกำลังในลักษณะ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ (ร้อย.ปพ.) จำนวน 3 กองร้อย และ กองร้อยกู้ชีพ และงานเก็บกู้
และ
ทำลายวัตถุระเบิด
ขึ้นตรง บก.สนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ขณะที่ ทางยุทธการ
ขึ้นตรงกับ
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย กองบัญชาการกองทัพไทย




ค่ายนเรศวร ของตำรวจพลร่ม นอกจากเป็นที่ตั้งหน่วย นเรศวร 261 แล้วยังมี หน่วยตำรวจพลร่มรบพิเศษ สังกัด
กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ ตำรวจตระเวนชายแดน ด้วย

PARU Border นเรศวร



   ภารกิจ
กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศด้รับมอบหมายตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการลง 20 กันยายน พ.ศ.2503 ภารกิจ
คือ

    ก. ยามปกติ
         1. เป็นหน่วยปฏิบัติการของกรมตำรวจเป็นหน่วยหนุนเคลื่อนที่เร็วของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
              ปฏิบัติการในยามฉุกเฉิน
         2. เตรียมที่จะส่งกำลังตำรวจพร้อมอุปกรณ์และวิทยุสื่อสารโดดร่มลงเสริมกำลังไม่ว่าจุดใดในประเทศไทย
         3. เตรียมส่งหน่วยพยาบาลพร้อมอุปกรณ์วิทยุสี่อสารโดดร่มลงจุดใด ๆ ในประเทศไทยเพื่อเตรียมรักษา
              พยาบาลราษฎรในกรณีเกิดโรคระบาดหรือได้รับการบาดเจ็บอย่างหนัก ในพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวง
              สาธารณสุข ไม่สามารถเข้าไปถึงปฏิบัติการได้อย่างทันท่วงที
         4. ประสานการปฏิบัติกับกระทรวงสาธารณสุข ในการส่งเครื่องเวชภัณฑ์และเสบียงอาหารทางอากาศให้กับ
              บรรดาอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ที่อยู่ไกลคมนาคมในยามฉุกเฉิน
         5. ส่งหน่วยลาดตระเวนปฏิบัติการตามพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการอื่นเข้าไป
              ปฏิบัติการได้ทั่วถึง เพื่อรวบรวมข่าวสารที่จะยังเป็นประโยชน์ให้กับข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย
              กระทรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ
         6. เพื่อตรวจตราเยี่ยมเยียนทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างไกลเส้นทางคมนาคมเพื่อดำเนินการต่อ
              ต้านการแทรกซึมฝ่ายข้าศึก โดยปฏิบัติการให้ประชาชนตระหนักว่า รัฐบาลมีความสนใจในความเป็นอยู่
              ตลอดจนสวัสดิภาพของเขาตลอดไป
         7. ทำหน้าที่เป็นหน่วยส่งกำลังบำรุงทางอากาศ ให้กับหน่วยราชการที่ร้องขอ
         8. ระงับทุกข์บำรุงสุขตามหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในพื้นที่ที่ตำรวจหน่วยอี่นๆ ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติการ
              ได้ทั่วถึง เพราะความกันดารของภูมิประเทศตลอดจนปัญหาการส่งเสบียงเพิ่มเติม
         9. ทำหน้าที่เป็นหน่วยฝึกอบรมนอกแบบ ฝึกโดดร่มและหน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกรมตำรวจ
         10. ทำหน้าที่เป็นหน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางบก ทางอากาศ ทางทะเล ในกรณีเร่งด่วนซึ่งยังไม่มีหน่วย
              ราชการอื่นเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
         11. หน่วยปฏิบัติการพิเศษนเรศวร 261 รับผิดชอบในการสนับสนุนการปฏิบัติ
              การและการปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ก่อการร้ายสากลในพื้นที่รับผิดชอบของ กองทัพภาคที่ 1-4 และ
              กองทัพเรือ (เว้นพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังรักษาพระนคร) ตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 1552/2527 ลงวัน
              ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2527


     ข.ยามภัยสงคราม
         1. โดดร่มลงหลังแนวข้าศึก รวบรวมกำลังและเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำหน่วยรบแบบกองโจรภายใต้การอำนวยการ
              ของผู้บังคับบัญชาสูงสุด
         2. ประสานการปฏิบัติร่วมกับ ทบ. และ ทอ. ในการส่งกำลังบำรุงทางอากาศให้กับหน่วยรบแบบกองโจร
            




"อรินทราช 26" เป็นหน่วยตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธและยุทธวิธีพิเศษ (Special Weapons And Tactics :
S.W.A.T.) มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการพิเศษต่อภัยคุกคามที่เป็นอาชญากรรม และการก่อการร้าย ด้วยการแย่งชิงตัวประกัน การ
จับกุม ฯลฯ ตามแนว "การบริหารวิกฤตการณ์" (Crisis Management) โดยมีพื้นที่รับผิดชอบในเมืองหลวง และปริมณฑล เป็น
หน่วยระดับกองร้อย มีอุปกรณ์ครบมือเช่น ปืนยิงแห, ปืนไฟฟ้า, ปืนพก, ปืนลูกซอง, ปืนกลเบา, ปืนไรเฟิล, ระเบิดมือ, อุปกรณ์ต่อ
ต้านการจลาจล ฯลฯ




                       

ปัจจุบัน อรินราช 26 อยู่ในสังกัด กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ
(191) และขึ้นตรงกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น) 


        




 
คอมมานโด กองปราบปราม “หน่วยสยบริปูสะท้าน

กองปราบปราม สังกัด กองบัญชาการตรวจสอบสวนกลาง มีการก่อตั้งครั้งแรก พ.ศ.2491 ที่อยู่ ซอยโชคชัย 4 ลาดพร้าว
กทม. 
ผ.5 กก.ปพ.บก.ป.เป็นหน่วยกำลัง จู่โจมระงับเหตุฉุกเฉิน การจับกุมคนร้ายที่มีสมัครพรรคพวกมาก ประกอบกับการทำงานที่
มีลักษณะเป็นทีมปฏิบัติการ ฉะนั้นเพื่อให้เกิดความน่าเกรงขามต่อคนร้าย และเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานจึงมีการเรียกชื่อ
ว่าคอมมานโด
ทำงานร่วมกับ ศูนย์วิทยุ และ รถสายตรวจเคลื่อนที่เร็ว อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนของกำลังนั้นประกอบด้วยตำรวจที่มีความสามารถใน
การต่อสู้ป้องกันตัวสูง
มีความสามารถในการปราบปรามทั่วประเทศ โดย ผ.5 กก.ปพ.บก.ป. เป็นกองกำลังหรือหน่วยจู่โจมเพื่อระงับ
เหตุฉุกเฉิน หรือปราบปรามการ
จลาจล การก่อวินาศกรรม การจับกุมคนร้ายที่มีอาวุธร้ายแรง หรือมีพรรคพวกมาก ตลอดจนความไม่สงบอื่นๆ
โดยมีเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอ
เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาหรือการร้องขอจากตำรวจท้องที่ สามารถปฏิบัติการได้ทันที


กองกำลังคอมมานโด มีหน้าที่เตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการได้โดยทันที หากได้รับคำสั่งจากผู้ บังคับบัญชา ในส่วนของการ
ปฏิบัติงานของ ผ.5กก.2ป. หรือ คอมมานโด นั้นได้มีการแบ่งส่วนการทำงานดังนี้
1. ฝ่ายอำนวยการ
2. ส่วนปฏิบัติการ ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 หมวด
ประกอบด้วย หมวดปฏิบัติการ1 2 3 และ หมวดปฏิบัติการพิเศษ

        

 
ชุดปฏิบัติการพิเศษ “สยบไพรี” หรือ NSB Commando
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

"ชุดปฎิบัติการสยบไพรี" ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีหน้าที่กวาดล้างคดีอาชญากรรมและยาเสพติด
โดยมี ความสามารถในการต่อสู้และปราบปรามผู้ก่อการร้าย ผ่านการฝึกอบรมจากหลายหน่วยงาน อาทิ ศูนย์สงครามพิเศษ ทบ.,
นาวิกโยธิน ทร., กรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทอ. และ หน่วยรบพิเศษจากต่างประเทศ   DEA ของ
หน่วยงานยาเสพติดประเทศสหรัฐอเมริกา






หน่วยปฏิบัติการพิเศษ นปพ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ประจำตำรวจภูธรภาค 1-9, ประจำกองบังคับการ, ประจำตำรวจภูธรจังหวัด, ประจำสถานีตำรวจทุกหน่วย

ตัวย่อ"นปพ." ย่อมาจาก"หน่วยปฏิบัติการพิเศษ" เป็นหน่วยงานตำรวจ มีภารกิจหลักในช่วงแรกคือ การปราบปราม
คอมมิวนิสต์เมื่อปี พศ.2510 ปัจจุบันเป็นหน่วยงานสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ละจังหวัด และภาค ที่สนับสนุนกำลังทาง
ด้านยุทธวิธี มีการฝึกฝนที่เข้มข้นมากว่าตำรวจปกติ โดยได้รับการฝึกยุทธวิธีตำรวจพิเศษในการช่่วยเหลือตัวประกันจากหน่วยปฏิบัติ
การพิเศษ
นเรศวร 261 และเสริมเทคนิคจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช 26 อีกส่วนหนึ่ง หน่วยนี้จึงมีความพร้อมเกี่ยว
กับยุทธวิธีตำรวจในระดับภาค และจังหวัด




นปพ.ภ.จว.สงขลา

ตำรวจภูธรภาค จะมี หน่วยคอมมานโด ของตัวเองอีกซึ่งคนละหน่วยกับ นปพ.ของ ภูธรจังหวัด  นปพ.หรือ หน่วย
ปฏิบัติการพิเศษ
จะใส่ หมวกแบเรต์เขียว ชุดสนามสีเขียว แต่ได้รับการฝึกยังไม่เข้มข้นเท่า คอมมานโด หรือ หน่วยปฏิบัิติการ
พิเศษของภาค
(แต่ละภาคมีหลายจังหวัด) ซึ่งทั้งสองหน่วยนี้ทำหน้าที่คล้ายๆเป็น หน่วยสวาท(SWAT) แต่ขีดความสามารถของ
นปพ.จังหวัด
นั้นด้อยกว่า นปพ.ภาค เพราะว่า นปพ.บางจังหวัด อาจไม่มีการฝึก CQB Close Quarter Battle
“หลักสูตรเทคนิคและยุทธวิธีการปฏิบัติการตอบโต้แบบฉับพลันในระยะประชิด (จู่โจม)" หรือการชิงตัวประกัน ขึ้นอยู่กับงบประมาณและ
ความจำเป็นด้วย ตัวอย่างเช่นจังหวัดที่มักมีอาชญากรรมร้ายแรง หรือ จังหวัดใหญ่ๆ จำเป็นต้องฝึก นปพ.ให้มีขีดความสามารถสูงๆเพราะ
ต้องทำหน้าที่
หน่วยสวาท ไว้รับมือกับพวก อาชญากรที่มีอาวุธปืนร้ายแรง

 
ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย
หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ของ ภูธร ภาค 1
รับผิดชอบในพื้นที่ของ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท




อากาศยานตรวจการไร้นักบิน แบบขึ้นลงทางดิ่ง หรือ UAV รุ่น นารายณ์
ผลงานวิจัยของบริษัทกษมาเฮลิคอปเตอร์ จำกัด และกองทัพเรือ บรรจุเข้าประจำการใน ชุด ปฏิบัติการพิเศษปราบไพรีอริศัตรูพ่าย





ตำรวจไทย ต่อต้าน รัฐประหาร