วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ยานยนต์ลาดตระเวนโจมตีเคลื่อนที่เร็ว 'บัคกี้'



ยานยนต์เคลื่อนที่เ็ร็วทางยุทธวิธี

รถบัคกี้ (Buggy) เป็นยานยนต์ที่มีความคล่องตัวสูง สร้างทดแทนง่าย คือ สามารถพัฒนาและผลิตได้จาก
วัสดุที่จัดหาจากท้องตลาด และดำเนินการผลิต โดย สรรพาวุธ ทบ. ร่วมกับ บริษัทผลิตรถยนต์ ภายในประเทศ
เราเอง เดือนหนึ่งสามารถสร้างได้เป็น 100 คัน ซึ่งราคารถเปล่าไม่รวม
เครื่องมือสื่อสาร และระบบอาวุธที่ติดตั้ง
ทั้งหลาย
เบ็ดเสร็จงบประมาณต่อคัน ไม่เกิน 500,000 บาท  ราคา ขั้นต่ำสุด 200,000 บาท  ก็สามารถสร้างได้ 

 photo FavThaiblack800_zps6ee65119.jpg
แบบตัวอย่างนี้ ผู้เขียน(รุ่งศิลา) ดัดแปลงมาจาก ยานยนต์โจมตีความเร็วสูง FAV
(Fast Attack Vehicle) ของหน่วย นาวีซีล ยูเอส. (United States Navy SEALs)

รายละเอียดรถลาดตระเวณโจมตีเคลื่อนที่เร็ว

พลประจำรถ : จำนวน 2 นาย : พลขับ พลปืนกล
ระบบขับเคลื่อน  : 2 ล้อหลัง เครื่องยนต์ท้าย
เครื่องยนต์ : เบนซิน ขนาดความจุ 1300 - 1500 ซีซี.
ล้อรถ : ยางตันหล่อดอก 4 ล้อ
อาวุธ : ติดปืนกลเบา เนเกฟ ขนาด 5.56 มม. จำนวน 2 กระบอก บนช่องพลยิงบนหลังคารถ
          และ บริเวณกระโปรงหน้าที่นั่งด้านข้างพลขับ อาวุธอาจเปลี่ยนเป็น ปืนกล เอ็ม-60
  เครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. ยิงเป็นชุด และ ปืนกลหนัก M2 Browning .50 Cal
อาวุธประจำกายพลประจำรถ : ปืนพกสั้น 9 มม.ซองหน้าอก และปืนไรเฟิลพับฐานขนาด 5.56 มม
โครงรถ  : เหล็กเหนียว หรือ อลูมิเนียมอัลลอย
ระบบไฟ : แบตเตอรรี่แห้ง 12 โวลต์
ไฟส่อง   : ไฟหน้า4ดวง ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ตามมาตราฐานรถยนต์ สามารถเพิ่มไฟสปอร์ตไลต์ได้ตามภาระกิจ
ระบบสื่อสาร : ติดวิทยุสื่อสารตามแบบมาตราฐานของ ทบ. พร้อมชุดปากพูดหูฟังประกอบศรีษะ

สามารถจัดรูปแบบปฏิบัติการในลักษณะ หมู่ลาดตระเวนยานยนต์ระยะไกล ใช้ ยานยนต์ บัคกี้ 2 คัน และ
มอร์เตอร์ไซด์ 3 คัน จัดขบวนเป็น 1 หมู่ลาดตระเวณไกล เสริมด้วย ฮ.บินคุ้มกันและกู้ภัย ปฏิบัติภารกิจ


และ จัด หมู่ย่อยลาดตระเวนคุ้มกัน ใช้ ยานยนต์บัคกี้ 1 คัน และมอเตอร์ไซด์ 2 คัน ในภารกิจแบบเดียวกับ
กรณีโจรใต้ขับรถปิคอัพประกบยิงมอเตอร์ไซต์ทหาร ชุดลาดตระเวน สังกัด ร้อย.ร.15321 ฉก.ปัตตานี 25
ในเช้าวันที่
28ก.ค.55 เวลา 06.50 น. จนเป็นเหตุให้ ทหารเสียชีวิต 4 นาย และบาดเจ็บ 2 นาย ที่ อ.มายอ
จ.ปัตตานี
จากภาพวิดิโอ


     

ข้อดี
  • ประหยัดงบประมาณ สามารถสร้างทดแทนได้ในระยะเวลาสั้นจำนวนมาก ในราคาถูก
  • เสริมศักยภาพการพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมพัฒนาการผลิต มิต้องพึ่งพาเทคโนโลยี่จากต่างประเทศ(ยกเว้นระบบอาวุธ)
  • ความคล่่องตัวสูง เป็นยานยนต์ที่สามารถวิ่งได้ในแทบทุกภูมิประเทศ
  • ค่าใช้จ่ายถูก ในปฏิบัติการ, บำรุงรักษา, ค่าเชื้อเพลิง ถูกกว่าพาหนะอื่น :- Reva 4x4 , Humvee , V-150
  • เสริมสร้างขวัญกำลังใจ ของกำลังพล ด้วยศักยภาพในการต่อสู้ ลดทอนอันตราย และความเหนื่อยล้า
       จากการเดินลาดตระเวณ

ข้อจำกัด
  • ตะปูเรือใบ ปรับเปลี่ยนยางเป็นยางตัน
  • ไม่มีเกราะหุ้ม ชดเชยด้วยความเร็ว ความคล่องตัว ระบบสื่อสาร กล้องมองในความมืด
  • กับระเบิด จ้ดรูปขบวนทิ้งระยะห่าง ให้สามารถเสริมกำลังทดแทน ช่วยเหลือกันได้
  • กรณีฉุกเฉิน สามารถร้องขอชุด ฮ.บิน สนับสนุน คุ้มกัน และกู้ภัย

    การส่งทางอากาศเข้าพื้นที่เป้าหมาย
                       ด้วยความรวดเร็ว เพื่อความได้เปรียบทางยุทธวิธี 


                    ฮ.ชินุค CH-47 Chinook โดยขอเกี่ยวใต้ลำตัว น้ำหนักยกหิ้วภายนอก 10.5 ตัน
ทบ.ไทย มี ซีเอช-ชินุค จำนวน 6 ลำ แต่ไม่สามารถบินได้ครบทุกลำ เพราะขาดงบประมาณบำรุงรักษา


           ยูเอช-60แอล แบล็คฮอว์คUH-60 L หรือ S-70A-43 สามารถบรรทุกสินค้าได้ 1,170 กิโลกรัม
หรือขนสินค้าแบบห้อยได้ 4,050 กิโลกรัม(ได้รับการปรับปรุงเป็น UH-60 M แล้วทั้งหมด) จำนวน 8 ลำ ประจำการ
ณ.กองบินปีกหมุนที่ 9(ผสม) จังหวัดลพบุรี

    

 photo Ringmount2.gif
  แบบช่องพลยิงบนหลังคา รถบัคกี้ สามารถตรวจการและทำการยิงต่อสู้ได้รอบทิศทาง 360 องศา

 รถหุ้มเกราะ APC 4x4 REVA MK lll ติดปืนเล็กกลเนเกฟ จากอิสราเอล ที่ ป้อมปืน หน้า-หลัง 2จุด


 
ยุทธวิธีของผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ ที่มักใช้ได้ผล ในการลอบสังหารเจ้าหน้าที่
ทหาร ตำรวจ และประชาชนบนท้องถนน



ยานลาดตระเวนโจมตีเคลื่อนที่เร็ว ชนิดต่างๆ



บทความรุ่งศิลา Aug 02, 2008




         ผมนำเสนอ ยานยนต์ "บัคกี้" ชนิดนี้เพื่อนำมาเสริมข้อจำกัด การใช้รถจักรยานยนต์ 2 ล้อ
         เพื่อภารกิจลาดตระเวณคุ้มครองและโจมตีตอบโต้ ของเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจผู้ปฏิบัติงาน
         ภาคสนาม ดังตัวอย่างภาพ และ

         กรณี ล่าสุดจากคลิปวิดิโอ ที่ทหารชุดคุ้มครองครู ถูกลอบโจมตี ในภาพนั้นจะเห็นได้ว่า
         ยุทธวิธีของผู้ก่อความไม่สงบ ได้ ขับรถเข้าเทียบจากด้านหลังมุมมองตรวจการของ
         ทหาร และลงมือปฏิบัติการยิง ด้วยความรวดเร็วหนาแน่น
กระนั้นถึงแม้ว่าพลขับและพลปืน
         ซ้อนท้ายจะเห็น ก็ยากที่จะทำการต่อสู้ป้องกันตัวได้ในลักษะการการโจมตีจากทางด้านหลัง


การใช้ยานพาหนะเคลื่อนที่เร็ว คล่องตัว ขนาดปานกลาง ติดอาวุธปืนกล และอาวุธหนัก
(เครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม.)  มีทัศนะวิสัยในการใช้อาวุธเข้าป้องกันต่อตี ได้รอบทิศทาง 360 องศา สามารถ
วิ่งลัดเลาะนอกพื้นผิวถนน บนทางวิบาก ทุรกันดาน ในเรือกสวนไร่นา สวนยาง จึงมีความจำเป็นในการเสริม
ข้อจำกัด ของการใช้จักรยานยนต์เพียงชนิดเดียวในการปฏิบัติภารกิจ


มิใช่การนำมาทดแทนยานยนต์หุ้มเกราะชนิดต่างๆ ที่มีใช้กันอยู่ ซึ่งมีความแตกต่างกันมากในข้อจำกัด ด้าน
ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าสึกหรอของชิ้นส่วนอะไหล่ และด้านจำนวนที่มีใช้อย่างพอเพียง

เป็นการจัดหาได้อย่างเร่งด่วน จากภูมิปัญญาและทักษะ รวมถึงความรู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี่ การผลิต ของ
ยานยนต์ "บัคกี้" นี้ ภายในประเทศแทบทุกชิ้นส่วน และช่างฝีมือผู้ชำนาญมิต้องใช้งบประมาณและทรัพยากร
หรือโนว์ฮาวจากต่างประเทศใดๆทั้งสิ้น

ท่านผู้ใหญ่ผู็้โตทั้งหลายโดยเฉพาะในกองทัพ ลองใจกว้างเจียดค่าคอมมิชชั่นฟันตามน้ำ โยนเศษสตังส์ ซัก 50
ล้านบาท ก็จะได้ "รถบัคกี้" ยานยนต์เคลื่อนที่เ็ร็วทางยุทธวิธี ชนิดนี้กว่า 100 คัน ดีกว่าให้ลูกน้องเณร ลูกอีสาน
มาเสี่ยงตายแบบไร้ทางสู้ บนอานมอเตอร์ไซต์ ซึ่ง วิ่งไว แต่ไร้พิษสง



                     ** ปล. บทความนี้ ผมเขียนมาตั้งแต่ วันที่ 2 สิงหาคม 2551 ... รุ่งศิลา




  ผมมิได้บังอาจนำเสนอการแก้ปัญหา ไฟใต้ ซึ่งคุกรุ่นมาเป็นร้อยปีแล้วนับแต่มีการครอบครอง
เมืองปัตตานี และปลดชนชั้นปกครองในพื้นที่เดิม ผมเพียงนำเสนอ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างเร่งด่วน
ด้วย ภูมิปัญญาไทย ด้วยงบประมาณอันจำกัดน้อยนิด เพื่อรักษาชีวิตไพร่พล ลูกหลานชาวบ้านจากภาค
ส่วนอื่นของประเทศทุยแลนด์แดนตอแหลนี้ไว้ให้ได้มากที่สุด

ส่วนท่านผู้รู้กรุณานำเสนอ ยานยนต์และยุทธวิธี อื่นๆทั้งหลายทั้งสิ้น ต้องขอขอบพระคุณมา ณ.โอกาสนี้
เพียงแต่กรุณาดูข้อมูลที่จะทยอยนำมาให้ด้วย



นี่คือสภาพ รถหุ้มเกราะ APC4x4 REVA MK lll เป็นยานยนต์ล้อยางลำเลียงพลหุ้มเกราะที่ผู้ขายนำเสนอ
แก่
ผู้นำกองทัพ อย่างพอใจเจือสมด้วยกันทั้งสองฝ่ายซึ่งบรรยายสรรพคุณ ว่าสามารถป้องกันแรงระเบิด
น้ำหนักถึง 14-15กก.(นน.ของระเบิด)  โดยเฉพาะบริเวณใต้ท้อง
รถ  ซึ่งเหมาะกับการนำมาใช้กับสภาวะที่ 
กลุ่มคนร้ายมักใช้แผน ขุดหลุมฝังระเบิดแสวงเครื่อง
ใต้พื้นผิวถนน  ... ชนิดล่าสุด และกันระเบิดดีที่สุดที่มี

REVA  ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องทหารจากสงครามกองโจรโดยเฉพาะ ทั้งดักซุ่มยิง กับระเบิดและระเบิด
แสวงเครื่อง IED



รถหุ้มเกราะ APC 4x4 REVA นับเป็น ยานพาหนะทหารที่คุ้มครองชีวิตจนท.ทหารไทยที่ดีที่สุด เท่าที่
กองทัพไทย
มีปัญญาซื้อ จำนวน 85 คัน ราคาคันละ 11 ล้านบาท (ฮัมวี่ 4 ล้านบาท) ทบ.ได้รับส่งมอบ จาก
บริษัทผู้ผลิตในอาฟริกาใต้ทั้งสิ้น ในปี 2552 ส่งลงไปภาคใต้ทั้งหมด ใช้ในภาระกิจ
ลาดตระเวณ และชุดคุ้ม
ครอง ซึ่งยังไม่พอเพียงกับภารกิจใช้งาน


** ปล.ทหารในพื้นที่ เขาบอกอยากได้ไว้ใช้เยอะๆครับ ซัก 500-600 คัน ถึงจะพอใช้
งานทั่วถึง แต่ติดขัดตรงกองทัพ ไม่มีปัญญาหามาให้ ถึงหามาได้ก็ไม่มีน้ำมันจะเติมครับ
เพราะซดน้ำมันเชื้อเพลิง น้องๆรถถังเบา
ลองหลับตานึกดูนะครับ วิ่งทุกคันวันละ 2 เที่ยว ๆละ10กม. เป็นเงินงบประมาณวันละเท่าไร?

          

IED หรือ ระเบิดแสวงเครื่อง เรียกเต็มๆว่า Improised Explosive Device
ถูกใช้กันมาก ในกลุ่มผู้ก่อการร้าย (โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลาง) โดยเป้าหมายหลักในการทำลาย
คือ กลุ่มกองกำลังทหาร และ ยานพาหนะ รวมถึง รถถังขนาดใหญ่ กลุ่มก่อการชั่วร้าย  สามารถทำการวาง
กับระเบิดชนิดนี้ไว้ได้ในหลายพื้นที่ เช่น ข้างทาง บนถนน ในพุ่มไม้ หรือในที่ๆ กองกำลังศัตรู ใช้เป็นทางผ่านอยู่
เป็นประจำ เมื่อศัตรูเข้าใกล้เป้าหมาย กลุ่มก่อการร้ายก็จะทำการจุดชนวนระเบิดทันที ความเสียหายที่ได้รับมีมาก
มาย  ถ้าเป็นกองทหารก็คงเหลือแค่เศษเล็กเศษน้อย หากเป็นยานพาหนะก็อาจทำให้เสียหายทั้งคัน รวมถึงรถถัง
ก็ไม่สามารถต้านทานได้ เพราะจุดอ่อนของรถถังก็คือ บริเวณใต้ท้องเมื่อเกิดการระเบิดก็ทำให้ได้รับความเสียหาย
อย่างหนัก


    
ภาพตัวอย่าง ระเบิดแสวงเครื่อง ที่ใช้ลูกปืนใหญ่เป็นวัตถุระเบิดหลัก


ภาพตัวอย่าง การวางระเบิดแสวงเครื่องลอบโจมตีขบวนยานยนต์






         คันนี้เป็น DPV (Desert Patrol Vehicle) ของ หน่วยซีล เม'กานาวี สุดยอดหน่วยรบพิเศษระดับโลก
ของเขา ติดอาวุธหนักครบเครื่อง ประเภทเล็กพริกขี้หนู อาวุธปราบรถถังหนัก ชนิดนัดเดียวจอด และ สอย
อากาศยานระดับต่ำ เช่น เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินที่บินต่ำข้ามหัวได้ร่วงหมดทุกชนิดด้วย จรวดขีปนาวุธ
ชนิดประทับบ่า พื้นสู่อากาศ
,เครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. ยิงเป็นชุด และ ปืนกลหนัก M2 Browning
ชนาด.50 Cal พลประจำรถ 3 นาย มีชื่อเสียงการรบสมัย สงครามอ่าว อิรัคบุกคูเวต ปี 1991


   
   





     Posted Image

Posted Image เงินที่ซื้อลูกโป่งรั่วใบนี้ นำมาจัดซื้อ "รถบัคกี้" ตามแบบติดตั้งอาวุธพร้อมอุปกรณ์
วิทยุสื่อสาร กล้องมองกลางคืน และิื่อื่นๆได้เต็มอัตราศึก มากกว่า 500 คัน ยังเหลือ เงินสด
สั่งซื้อน้ำมันสงคราม ในราคาทุนไม่ต้องเสียภาษี เติมใส่รถรบทั้งหมด วิ่งได้ครบปีพอดี ครับ



โดย malee mala เมื่อ พุธ, 01/08/2012 - 16:00 prachatalk.com
Posted Image
malee mala .. ถ้ามอเตอร์ไซต์แบบนี้ล่ะคะ คุณ rungsira
มีความเร็วแค่ไหนและสะดวกกว่าซ้อนท้ายที่สามารถใช้อาวุธในมือได้สะดวกกว่าไหม ?



Posted Image
รุ่งศิลา .. ไม่เหมาะกับเส้นทางทุรกันดาร การบังคับขับขี่ยากทำความเร็วได้จำกัด เพราะ
การทรงตัวยึดเกาะถนนต่ำ ...  สังเกตุดูรถพ่วงข้างมอเตอร์ไซต์ชาวบ้าน บ้านเราดูนะครับ
พลปืนหมุนตัวกลับทำการยิง รอบทิศทางค่อนข้างลำบาก ขาดความฉับไวในการตอบโต้
โดยเฉพาะด้านข้างซ้ายของพลปืน นั้นทำการยิงไม่ได้เลย ร่างพลขับบังวิถีและทัศนวิสัย 



    กลายเป็นความจริงเสียแล้ว ...ฺี Buggy ของ คนเขียนฝัน

 photo Clip_13_zpsc95746da.jpg

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โชว์นวัตกรรม
ป้องกันประเทศชิ้นใหม่ ทั้งยานยนต์ลาดตระเวนจู่โจมทางยุทธวิธีขนาดเบา ที่เตรียมนำไปใช้ใน
พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  


ยานยนต์ลาดตระเวนจู่โจมทางยุทธวิธีขนาดเบา ถูกนำมาทดสอบสมรรถนะเป็นครั้งแรก และหลัง
จากนี้จะนำไปทดสอบอีกครั้ง ในสนามทดสอบค่ายธนะรัชต์  เพื่อประเมินผลการทำงาน ก่อนนำลงพื้นที่
ปฏิบัติภารกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมช่วยชาติที่พัฒนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์
พลศาสตร์  เลิศประเสริฐ ร่วมกับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ
ทหารลาดกระบัง 
โดยลักษณะของยานยนต์นี้ใช้กระจกกันกระสุน สามารถบรรทุกกำลังพลได้ 3 คน คือพลขับ ผู้ควบคุม และ
พลปืน ขนาดเคลื่อนยนต์ 1,500 ซีซี สามารถเคลื่อนด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ผู้พัฒนายานยนต์ลาดตระเวน คาดว่ายานยนต์ชนิดนี้ จะเป็นที่ต้องการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เนื่องจากสามารถสนับสนุนงานได้ในหลายภารกิจ เพราะสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์
และการดูแลรักษาไม่ซับซ้อน เพราะชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ สามารถหาได้ภายในประเทศ
   
 photo Clip_14_zpsd40768a5.jpg

อ่านแบบเต็มๆพร้อมภาพประกอบ ที่นี่
http://www.konthaiuk.eu/forum/










ระเบิดแสวงเครื่อง

"แสวงเครื่อง" ระเบิดที่ใช้ก่อการมีที่มาอย่างไรทำไมเรียกว่า"แสวงเครื่อง"


IED หรือ ระเบิดแสวงเครื่อง เรียกเต็มๆว่า Improised Explosive Device

ถูกใช้กันมาก ในกลุ่มผู้ก่อการร้าย (โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลาง)
โดยเป้าหมายหลักในการทำลาย คือ กลุ่มกองกำลังทหาร และ ยานพาหนะ รวมถึง รถถังขนาดใหญ่
กลุ่มก่อการร้าย สามารถทำการวางกับระเบิดชนิดนี้ไว้ได้ในหลายพื้นที่ เช่น ข้างทาง บนถนน ในพุ่มไม้ หรือใน
ที่ๆ กองกำลังศัตรู ใช้เป็นทางผ่านอยู่เป็นประจำ เมื่อศัตรูเข้าใกล้เป้าหมาย กลุ่มก่อการร้ายก็จะทำการจุดชนวน
ระเบิดทันที ความเสียหายที่ได้รับมีมากมาย ถ้าเป็นกองทหารก็คงเหลือแค่เศษเล็กเศษน้อยหากเป็นยานพาหนะ
ก็อาจทำให้เสียหายทั้งคัน รวมถึงรถถังก็ไม่สามารถต้านทานได้ เพราะจุดอ่อนของรถถัง ก็คือบริเวณใต้ท้องเมื่อ
เกิดการระเบิดก็ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

        ภาพตัวอย่าง การวางระเบิดแสวงเครื่องลอบโจมตีขบวนยานยนต์


วงจรการระเบิด จะประกอบด้วย
  • ส่วน ดินระเบิดหลัก เช่น พวกดิน TNT , C4 , C3 , PETN , แอมโมเนียมไนเตรด ฯลฯ
    (ที่เป็นตัวทำให้เกิดแรงระเบิดที่มีผลในการทำลายตามที่ต้องการ)
  • ส่วน ดินขยายการระเบิด เช่น เชิ้อปะทุชนวน, เชื้อประทุไฟฟ้า
  • ส่วน กำเนิดการจุด เช่น กระแสไฟ, ไฟ, ความร้อน, การเสียดสี
http://images.fastcompany.com/upload/ied1.jpg
  ภาพตัวอย่าง ส่วนกำเนิดการจุด โดยใช้โทรศัพท์มือถือ

คำว่า "ระเบิดแสวงเครื่อง" คือ การประกอบระเบิด ในส่วนกำเนิดการจุด ที่ไม่ได้ใช้วัสดุมาตรฐานการผลิต
จากโรงงาน มาประกอบกันให้ครบวงจรการระเบิด โดยเสาะแสวงหาวัสดุต่างๆที่หาได้ทั่วๆไป มาดัดแปลง หรือ
ประยุกต์ ใช้งานตามที่ต้องการ

ยกตัวอย่างเช่น การวางกับระเบิดแสวงเครื่องในวิทยุทรานซิสเตอร์ โดย เอาดิน C4 (ดินหลัก) มาอัดใส่
หลังลำโพง แล้วเสียบเชื้อปะทุไฟฟ้า(ดินขยาย) แล้วลากสายไฟ ไปที่รังถ่านแบตเตอรี่ของวิทยุ(ส่วนกำเนิดการจุด)
ที่ใส่ถ่านไว้ โดยมีสวิทเปิดปิดวิทยุ เป็นสะพานไฟ พอมีบุคคลเป้าหมาย มาเปิดวิทยุฟังก็ ระเบิดตูม!

นี่คือ การวางระเบิดแสวงเครื่อง เพราะตัววิทยุ กับวงจรไฟฟ้าที่วิทยุมีอยู่ ไม่ใช่วัสดุมาตรฐานจากโรงงานผลิต
ระเบิด โดยเฉพาะ......... แต่เป็นวัสดุที่ ผู้ใช้แสวงหามาจากของใช้ทั่วๆไป


  http://etrafika.net/images/fotke_BiH/mine4.jpg
ส่วน Mines คือ ทุ่นระเบิด ที่ผลิตจากโรงงานมาตรฐาน มีรุ่น ขนาด การใช้แบบเดียวกันหมด ในภาษาราชการ
เรียกแบบนี้ เพราะต้องการแยกไม่ให้เหมือน กับระเบิด ซึ่งเป็นการดัดแปลงการใช้งานให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
และความต้องการ

ดังนั้นคำว่า แสวงเครื่อง จึงหมายถึง การใช้วัสดุเท่าที่หาได้นำมาใช้ผลิต " ของ " ที่เราต้องการ

สรุป... ระเบิดแสวงเครื่อง คือ ระเบิดที่ผู้ก่อการประดิษฐ์ขึ้นมาเองเพื่อใช้ในจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง
  
ภาพตัวอย่าง ระเบิดแสวงเครื่อง ที่ใช้ลูกปืนใหญ่เป็นวัตถุระเบิดหลักจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ


ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Civilian-made Bomb หรือถ้าเป็นศัพท์ทางการ คือ Improvised explosive device (ตัวย่อ IED)IED แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.แบบถือ/พกพา หรือ แบบกระเป๋าเอกสาร
2.ระเบิดพลีชีพ
3.ระเบิดที่ติดไว้กับรถยนต์ (VBIED)

Booby trap


คำศัพท์อื่นๆเกี่ยวกับระเบิด

- ทุ่นระเบิดแสวงเครื่อง หรือ กับระเบิดแสวงเครื่อง ก็คือการใช้วัสดุเท่าที่หาได้มาทำทุ่นระเบิด หรือกับระเบิด
- Booby trap              คือ กับดัก ซึ่งมีการอำพราง
- Mine ทุ่นระเบิด         คือวัตถุระเบิดสำเร็จรูป ที่ไม่มีการอำพรางรูปร่าง และเคลย์โมวแบบ M18 คือทุ่นระเบิด
- Explosive booby trap กับระเบิด คือทุ่นระเบิดที่มีการอำพราง หรือดัดแปลงให้มีรูปร่างเช่นเดียวกับเครื่องมือ
เครื่องใช้ตามปกติ ที่ไม่มีอันตราย

** Mine กับ Explosive booby trap เป็นของสำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิต

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประเทศพัฒนาเชื่องช้าประชายากไร้ เพราะ อภิอลังการ์มหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง มันฮุบเอาไว้หมดคนเดียว


ถ้าคุณติดตามศึกษาความเป็นมาของ อภิอลังการ์มหาเศรษฐี ผู้มั่งคั่ง
ที่สุดรายหนึ่งของโลก ท่านจะ ...


มีความเข้าใจลุ่มลึก

ในสถานการณ์ประหลาดๆของประเทศหนึ่งซึ่งมี ขบวนการรัฐประหาร อันบ่อยครั้งติด
อันดับ 1 ใน 3 ของ โลกสีครามดวงหนึ่ง ในระบบสุริยะจักรวาลหนึ่ง

           

แล้วจะตอบคำถามยุ่งๆเกี่ยวกับ การเมือง การบริหาร ได้หมดจดทุกข้อ ว่าทำไม

- ประเทศนี้เมืองนี้ถึง ไม่พัฒนาให้เจริญ แบบนั้น ดีเหมือนแบบนี้
- ทรัพยากรทุกประเภทเยอะแยะ ทำไมคนส่วนมากของประเทศจึง ขัดสนจนยากไร้
- ทำไมพลังงานน้ำมัน แก็ซหุงต้ม แพงจัง ทั้งที่เราขุดเจาะขายมากกว่า ชาติุมุสลิมเล็กๆ
   บางประเทศ ทั้งจำนวนปริมาณบ่อน้ำมันมีมากมายมหาศาลกว่า ประเทศอิสลามกลาง
   ทะเลทราย ด้วยซ้ำ


  ภาพตัวอย่าง ความเชื่องช้าในการพัฒนา ของประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละประเทศกับบทความนี้

............. ก็ อ้ายวรนุช กับ อีอหิวาห์ มันฮุบเอาไว้หมดคนเดียวไง
แล้วแจกจ่าย โยนเศษทาน ให้แก่ลิ่วล้อ เพื่อให้ปกป้องโคตะระวงศา

หันไปมองดูธุรกิจใหญ่ๆครอบคลุมทุกประเภท มันเป็นของใครที่ถือหุ้นส่วนใหญ่

   เชฟร่อน ขุดเจาะ, ปตท ส. กลั่นขาย, บ.ก่อสร้าง ประมูลรับเหมางานใหญ่ระดับชาติ
   เครือบริษัทวัสดุก่อสร้างและวัสดุซีเมนต์ ยักษ์ใหญ่ผูกขาดตลาด
   โรงงานผลิต อาหารทุกหมวดหมู่ ไอศครีมฝรั่ง พิซซ่า และอาหารแดกด่วนชื่อดัง
   ประกันภัย, ธนาคาร, ขุดทองคำ, มือถือและ ระบบgsm ฯลฯ ยิบย่อยอื่นๆ
       * ปตท ส. ย่อมาจาก การปิโตรเลี่ยมแห่งประเทศสตอร์เบอรี่แลนด์

   

ที่ดินทำเลทอง กลางเมืองหลวง และจว.ใหญ่แทบทุกจว.
สังเกตุไหมว่าตลาดสดกลางเมือง ใน ตจว. มักเป็นที่เช่าของสำนักให้เช่าไหน

คนประเทศนั้น มักถูกส่งเสริมให้มัวเมาใน การพนัน หวยใต้ดิน มิให้โงหัวเผยอขึ้นมาบนดิน 
ปั่นหัว
ให้เชื่อใน ไสยศาสตร์ สิ่งลี้ลับ จะได้อ่อนแอในทางภูมิปัญญา  และกระบวนความคิดหาเหตุผล
อย่าง
เป็นระบบวิทยาศาสตร์ จึงทำไม่ได้



ยัดเยียดให้ บันเทิงเริงรื่น แก่คนระดับล่าง และเยาวชน ขยายตลาดน้ำเมาให้เสพ หันเหความสนใจ
ไปเสียจาก
การบ้านการเมือง และกิจกรรมวิพากษ์วิจารณ์สภาพแร้นแค้น ทั้งขัดขวาง พลวัตร ใน
การสืบค้นหา ต้นเหตุแล้วแก้ไข


เมื่อปัจจัยทาง วุฒิปัญญาของคนส่วนใหญ่ต่ำ การโฆษณาชวนเชื่อในเรื่องต่างๆ เช่น .. 2+2=5
จึงได้ผล มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตามที่เห็นทุกเมื่อเชื่อวัน จนเกิดอุปทานหมู่
ทั้ง รัก และ เกลียด
หากมีสิ่งใดนำเสนอสู่สังคมในสองทาง ที่เกี่ยวเนื่องด้วย ? (สิ่งนั้น)



ซึ่งหลงคิดไปว่า ประเทศอันงมงายเชื่อถือวัวควายว่าศักดิสิทธิ์ สามารถทำนายฝนฟ้าได้
จะต้อง ล่มสลายสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน หากปล่อยให้ขาดคนเพียงคนเดียว ชาวบ้านชาวเมืองนี้
จะอยู่กันมิได้ ไร้ทิศทางหางเสือ จะ
บังเกิดอาเพทจลาจลป่วนปั่น ไปทั่วแผ่นดิน

โดยการนี้จึงควร ซาบซึ้ง สำนึกในบุญคุณ อย่างถึงที่สุด การไม่รักแลวิพากษ์ นับเป็นความผิดร้ายแรง
ขั้นอุกฉกรรจ์ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เป็นความ เนรคุณชั้นสูงสุด
โทษทัณฑ์จึงแรง ยิ่งกว่าการ
ปิตุ-มาตุ ฆาตกรรม
ฆ่าพ่อ-ฆ่าแม่ ตนเอง



ฉะนั้น  ความเชื่อใน "ทฤษฏีนุ่งเจียมห่มเจียม" แลเสริมส่งใช้ ควายไถนา แทนจักรกล จึงได้รับ
การส่งต่อสนทนาพูดจา ว่าให้เอาอย่างแพร่ขจายไปในสังคมวงกว้างดัง
ไฟลามทุ่ง สามารถสกัดกั้นความ
นิยมเห่อเหิม
ชนชาติฝรั่งที่เจริญทางวัตถุอย่างเดียวได้ชะงัด ประดุจ วัชชพืชแฝก ที่ช่วยกันดินมิให้ไหล
ปนเปกับฟ้า จนหญ้าแพรกแหลกราญ และ อุ้มน้ำเหมือน
กระพุ้งน้ำลายวานร ตนนั้น  อันเนืองนองไปทั้ง
แผ่นดิน โดยเสมอภาคลำบากอย่างเท่าเทียม
ทั้งคนจนคนรวย นับเป็นความเท่าเทียมกันทุกชนชั้นครั้งแรก
ครั้งเดียวของประเทศนั้น




บทสรุปส่งท้าย

ฉันนั้น จึงเชื่อได้ว่า รักพ่อห่วงพ่อ ต้องซื้อยาน้ำ "ชวนป๋าเป่าปี่กัน" ให้คุณพ่อดื่มเป็นประจำ
ทุกวันหลังอาหารเย็นช่วงสองทุ่มตรง จึงจะได้ชื่อว่าเป็น ลูกกตัญญู รู้ทดแทนบุญคุณ ของแผ่นดิน
ซึ่งจะทำให้ประชาชนทุกครัวเรือน มีความสุขสุดยอดโดยมิต้องคำนึงถึง ปริมาณและขนาด ให้รกหัวใจ
                   ดังคำขวัญวันดอเด็กแห่งชาติ ที่วา "จงพอเพียง เยี่ยงที่ดังเกิดมา"

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หัวหมู่ทะลวงดัน "มัลลิกา"

โดย….ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

Posted Image
ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา / พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา

หมายเหตุ : เนื้อหาการซักถามและตอบโต้กันระหว่าง นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา
ฐานะผู้ถูกร้องที่ 6 กับ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ในฐานะพยานผู้ร้อง เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ต่อหน้า องค์คณะ

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคำร้องขอให้ศาลรัฐ ธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่าการ
เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 เป็นการล้มลางการปกครองหรือไม่


:down:

ภราดร : พล.อ.สมเจตน์ทราบหรือไม่ว่าในพ.ศ.2491และ 2539 ได้เคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ2490 และ 2534
พล.อ.สมเจตน์ : ทราบครับ

ภราดร : เมื่อท่านทราบหมายความว่าทราบด้วยว่าขณะนั้นมีการตั้งส.ส.ร.(สภาร่างรัฐธรรมนูญ)เพื่อร่างรัฐธรรมนูญ
พล.อ.สมเจตน์ : ขึ้นอยู่กับบริบทของสังคมที่แตกต่างกันไม่จำเป็นว่าสถานการณ์ขณะหนึ่งทำได้ และสถานการณ์อีกขณะหนึ่ง
จะทำได้ ไม่จำเป็น

ภราดร : ทราบหรือไม่ว่าปี 2539 ได้มีการรณรงค์ธงเขียวและธงแดงมีการแตกทางความคิดของสังคมขณะนั้นมีบางส่วนไม่เห็นด้วย
ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534
พล.อ.สมเจตน์ : รัฐธรรมนูญ 2534 ทีมีการแก้ไขนั้นไม่มีเรื่องว่าด้วยสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และต้องดูบริบทของสังคมที่มันแตกแยก
กันอย่างสิ้นเชิง บริบทของสังคมที่ไม่เหมือนกันขณะนั้นสังคมมีความหวังว่าต้องการปลดจากเผด็จ การทหารเพื่อให้นายกรัฐมนตรีจาก
การเลือกตั้ง ฝ่ายทหารที่เป็นผู้ถืออำนาจในขณะนั้นมิได้คัดค้านหรือโต้แย้งใดๆถึงแม้ว่าจะ มีการดำเนินการไปก็มีความหวังว่าจะได้เห็น
การพัฒนาของระบอบประชาธิปไตยที่ดี ซึ่งก็สมหวังได้ทั้งสิทธิเสรีภาพแต่ขณะนั้นมีกรอบมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาชุดหนึ่งวาง
กรอบของรัฐธรรมนูญ 2540 ว่าจะมีกรอบอย่างไร มีทิศทางอย่างไรเห็นชัดเจนว่าเมื่อร่างออกมาแล้วก็เป็นความหวังของชนชาวไทย ว่า
จะมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ดี แต่สังคมขณะนี้มีความไม่มั่นใจเกิดขึ้น

ภราดร : ปี2539 ขณะนั้นก็มีความแตกแยกทางสังคมในเรื่องรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน บริบททางสังคมจึงไม่มีความแตกต่างกันกับ2550
พล.อ.สมเจตน์ : การใช้ธงเขียวขณะนั้นเป็นการรณรงค์ให้รัฐสภารับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขไม่รณรงค์ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ภราดร : เมื่อท่านทราบว่าในประวัติศาสตร์ได้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อตั้งส.ส.ร.แล้ว 2 ครั้ง ท่านทราบหรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 7
บัญญัติไว้ว่าเมื่อไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมิได้บังคับแก่กรณีใดให้ วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พล.อ.สมเจตน์ : แล้วเกี่ยวอะไรกับคำถามท่าน…ขึ้นอยู่กับบริบทของสังคม
ชาวบ้าน :คำก็ บริบท 2 คำก็บริบท ตกลงว่าคำตอบคือบริบท ลื่นสเตนเลส จริงๆ

ภราดร : เมื่อปี 2549 ท่านร่วมอยู่ในคณะปฎิวัติหรือไม่
พล.อ.สมเจตน์ : ไม่ได้ร่วมครับ
ชาวบ้าน : ท่านสตอร์เบอรรี่ นะครับ

ภราดร : ท่านเป็นเลขาคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติใช่หรือไม่
พล.อ.สมเจตน์ : ผิดครับ
ชาวบ้าน : ท่านด้าน ครับ

ภราดร : แล้วท่านดำรงตำแหน่งอะไรในขณะนั้น
พล.อ.สมเจตน์ : ท่านยังไม่ทราบเลยท่านมาถามผมแล้ว
ชาวบ้าน : อันนี้ท่านตอบ ยียวนกวนตรีน นะครับ

ภราดร : ผมถามท่านก็ตามคำถามครับ
พล.อ.สมเจตน์ : ผมเป็นหัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติครับ
ชาวบ้าน : "ผมเป็นหัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ม่ายช่าย" หน.สนง. คมช. ยังไงของมรึงกรูเป็นงง
ไม่ได้ร่วมแต่มาเป็น หัวหน้าสำนักงานรัฐประหาร

ภราดร : ก็มีส่วนร่วมกับคณะปฎิวัติในขณะนั้น
พล.อ.สมเจตน์ : ผมไม่ได้ร่วมปฎิวัติครับ
ชาวบ้าน : แล้วท่านไป นั่งหัวโด่ในตำแหน่ง คมช. ทำแป๊ะอาไร เล่าครับ ถ้าไม่มีเอี่ยวด้วย ไม่ทราบว่ามรึงเอ้ยท่านฉลาด
หรือกรูชาวบ้านโง่กันแน่ว๊ะ

ภราดร : ผมถามท่านว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่
พล.อ.สมเจตน์ : ก็ได้เรียนท่านไปแล้วว่านั่นคือการล้ม ล้างการปกครองครับและมันก็ไม่ได้แตกต่างกับวิธีการของท่านที่จะมาร่างรัฐ
ธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาแล้วนำไปสู่การล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 มันแตกต่างกันตรงไหนครับ
ชาวบ้าน : อันนี้ท่านตอบ ตรงกับกระบวนการ ค ว ย ครับ โดยใช้กรรมวิธี คิด วิเคราะห์ และ แยกแยะ

ภราดร : การกระทำขณะนั้นเป็นการกระทำโดยการฉีกรัฐ ธรรมนูญ แต่การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งหมดกระทำตามรัฐธรรมนูญ 291 นี่คือ
ความแตกต่างชัดเจน พวกผมกระทำการตามระบอบประชาธิปไตยที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนท่านฉีกรัฐธรรมนูญ
พล.อ.สมเจตน์ : แล้วผลการกระทำของท่านมันฉีกรัฐธรรมนูญหรือไม่ครับ
ชาวบ้าน : เฮ้ย โจร ทะลึ่งมาอบรมสั่งสอนชาวบ้าน แถมยัดเยียดความเป็นโจรให้อีก ชาวบ้านปล้นโจรหรือยังไงว๊ะเนี่ย

ภราดร : การกระทำของผม เป็นเพียงเพื่อตั้ง ส.ส.ร. ส่วน ส.ส.ร.จะไปการอย่างใดนั้นเหนืออำนาจการตัดสินใจของพวกผม



สมเจตน์ไม่ได้ร่วมรัฐประหาร2549 กับบังบัง น๊ะ

Posted Image

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม

บทบาททางด้านการเมือง พล.อ.สมเจตน์ เป็นนายทหารที่มีความสนิทสนมและคุ้นเคยกับ พล.อ.วัฒนชัย วุฒิศิริ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) และ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมและเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยความที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาก่อน หลังการ รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พล.อ.สมเจตน์ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะสำนักงานเลขาธิการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ด้วยความที่ใกล้ชิดและสนิทสนมกับ พล.อ.วินัย ซึ่งเป็นเลขาธิการ ซึ่งใน การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พล.อ.สมเจตน์ได้รับหน้าที่ให้ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จึงพบความทุจริตในการเลือกตั้งของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งเป็นที่มาของคดียุบพรรคพลังประชาชน ในเวลาต่อมา

นอกจากนี้แล้ว พล.อ.สมเจตน์ได้ชื่อว่าเป็นนายทหารที่มีบุคลิกตรงไปตรงมา กล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็น ในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 ได้ให้สัมภาษณ์ว่าหาก รัฐบาลในขณะนั้น ไม่สามารถจัดการปัญหาการชุมนุมได้ ก็ให้ลาออกเสียและยังเสนอให้ กองทัพทำการรัฐประหาร ส่งผลให้ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลไม่พอใจ เสนอให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพฤติกรรม และต่อมายังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ แดงทั้งแผ่นดิน พ.ศ. 2552 ด้วยท่าทีที่รุนแรงไม่หวั่นเกรงอิทธิพล

และยังเป็นผู้ ตั้งค่าหัว พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเงินรางวัล 1 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สามารถนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับสู่ประเทศไทยได้ และยังได้แต่ง หนังสือของตนเองชื่อ "หัวหมู่ทะลวงฟัน ระบอบทักษิณ" (เรียบเรียงโดย มัลลิกา บุญมีตระกูล)


Posted Image