วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

มิต้องแหกปากอวดโอ้ ว่า "รักชาติ" โดยอ้างสิ่งศักดิสิทธิ์อุปโลกน์ มาครอบงำ



ปฏิบัติการ "คามิคาเซ" ใน ปี 2011 ของ วีรชนนิปปอน

                          

          
ข่าว abc news
ทีมอาสาสมัครสูงวัย 50 นาย ชาวญี่ปุ่น (ส่วนใหญ่อายุ50ปีขึ้นไป) อาสาเสี่ยงภัย
เข้าไปแก้ไข หยุดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ณ.โรงไฟฟ้าที่มีปัญหา


อ่านและดูข่าว .. ปฏิบัติการที่กล้าหาญ และเสียสละ เป็นอย่างสูงของ ทีมกู้สถานะการณ์ แก้ไข
วิกฤติร้ายแรงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ
ของชาวญี่ปุ่นแล้ว ผมสะท้อนใจเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่
ในชนชาติของเราครับ ..หรือเพียงแค่การเข้าคิวต่อแถวรอรับความช่วยเหลือของประชาชนของเขาในยามวิกฤิต
การณ์ของประเทศขั้นสูงสุด เห็นมุมมองหลายๆอย่าง ในเรื่อง วินัย ความรักชาติ

ที่มิต้องแหกปากออกเสียงอวดโอ้ ว่า "รักชาติ" ของคนในบางประเทศ
โดยอ้างเอาความศักดิสิทธิ์อุปโลกน์ ของรูปหล่อโลหะมาครอบงำสำทับ กำหนดให้ต้องทำ

      

อย่างไรก็ดี หากศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนชาติญี่ปุ่นแล้ว ท่านจะเข้าใจ มองเห็นภาพทะลุปรุโปร่ง
อธิบายว่า เพราะอะไร ทำไม อย่างไร ? ... ถึงปรากฏภาพที่คนทั้งโลกได้เห็น
 
         ภาพโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลีย์ฟูกูชิมะ ที่ออกแบบให้รับมือแผ่นดินไหว ได้แค่ระดับ7
                           แต่แผ่นดินไหวครั้งนี้ ความสั่นสะเทือนรุนแรงในระดับ 9


    
                         

และเป็นที่ค่อนข้างแน่นอนว่า ผู้เสียสละทั้ง 50 นาย ต้องประสพความสูญเสีย ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ใน
"ภารกิจพลีชีพเพื่อกอบกู้โลก" ครั้งนี้..สมควรที่ประชาชนโลกจักต้องเรียกเขาว่า"Hero"และจารึก
ไว้ในประวัติศาสตร์ ความทรงจำของมวลมนุษยชาติ

   


                             

คามิคาเซ หรือ Kamikaze เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง ลมสวรรค์ หรือ ลมแห่งเทวะ และ หมายถึงลมสลาตัน
ที่ได้ทำลาย กองทัพเรือจำนวนมหาศาลของมองโกล ซึ่งเข้ามารุกรานญี่ปุ่นจนเสียหายทำการบุกญี่ปุ่นต่อไปไม่ได้..
จนต้องถอยทัพกลับไป ในปี ค.ศ. 1274 และคำๆนี้ได้ถูกนำมาใช้เรียก อากาศยานพลีชีพ ของญี่ปุ่น ในสงคราม
โลกครั้งที่ 2 ซึ่งบรรทุกระเบิดและพุ่งเข้าชนเรือ และคำนี้ยังหมายถึง นักบินผู้บังคับอากาศยาน ประเภทนี้ด้วย

คามิคาเซ ในมุมมองของชาวญี่ปุ่นผู้รักชาติ

 ปฏิบัติการของเหล่านักบินคามิคาเซ่ ที่ดูบ้าบิ่นเกินมนุษย์ในสายตาของชาวตะวันตก แต่ชาวญี่ปุ่น
กลับมีความคิด และความรู้สึกกับ หน่วยโจมตีพิเศษ นี้ด้วยความต้องการเสียสละ ไม่เคยขาดแคลนอาสาสมัคร
นักบินที่จะมาทำงานให้แก่ หน่วยโจมตีพิเศษพลีชีพคามิคาเซ่ มีจำนวนคนที่ต้องการจะมาเป็นนักบินพลีชีพ
มากกว่าจำนวนเครื่องบินที่มีอยู่ถึงสามเท่า

นักบินคามิคาเซ่  เสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย  มากกว่า 90% ของนักบินนาวี "คามิคาเซ่" เกือบทั้งหมดอายุ
ระหว่าง18 - 24 ปี  นักบินกามิกาเซ่ใน ยุทธภูมิโอกินาวา ช่วงอายุอยู่ระหว่าง 17 - 22 ปี



เยาวชนญี่ปุ่นวันนี้ เกี่ยวข้องกับนักบินกองบินกล้าตาย เพราะช่วงวัยที่ใกล้เคียงกันของพวกเขา ในปี 1990 ภาพยนต์
สองเรื่องเกี่ยวกับ นักบินคามิคาเซ่ ได้รับการสนับสนุนแนะนำให้เยาวชนญี่ปุ่นในชั้นมัธยมปลายได้ชม จากกระทรวง
ศึกษาธิการประเทศญี่ปุ่น,ในการประชุมสมัชชาแห่งชาติของผู้ปกครองและครู โดยยกการโฆษณาเรื่อง นักเรียนมัธยม
ปลายซึ่งคุณยายมีพี่ชายที่เสียสละชีวิต อาสาพลีชีพเป็น นักบินคามิคาเซ่



ในสงครามป้องกันมาตุภูมิ เด็กหนุ่มหลายคน อาสาสมัครพลีชีพ เป็น นักบินกองบินกล้าตายคามิคาเซ่
ปกป้องพ่อแม่,น้องชาย,น้องสาว,พี่สาว และคนรัก ปัจจุบันนี้มีหลายสิ่งที่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ สับสนในทิศทางขาด
ความเข้าใจ ในความหมายของความรักอันบริสุทธิ์ และสิ่งที่ต้องปกป้องหวงแหน ..วันนี้จำเป็นที่ต้องให้เยาวชนได้
ศึกษาเรียนรู้หลายสิ่ง จากวิถีชีวิตและแนววิธีคิดของเหล่า นักบินคามิคาเซ่

                      "พวกเขายอมพลีชีพ ด้วยความรู้สึกรักอันบริสุทธิ์
           ต่อแผ่นดินแม่ถิ่นเกิด ประเทศของเขา รักในธรรมชาติ และรักผู้คน"


                                        

26 พฤษภาคม 1945 สิบตรี ยูคิโอะ อาราคิ(อุ้มลูกสุนัข) ถ่ายรูปกับเพื่อนร่วมฝูงบินก่อนภารกิจพลีชีพ เสียชีวิต
ด้วยวัย 17 ปี จากการโจมตีเรือรบอเมริกันใน ศึกโอกินาวา ซึ่งเป็นนักบิน คามิคาเซ่ ที่อายุน้อยที่สุดที่พลีชีพ
          


เหตุการณ์นี้ เทียบเคียงที่เคยเกิดกับ เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสหภาพโซเวียตรัสเซีย กรณีผู้เสียสละยอม
พลีชีพแก้ไขสถานการณ์ร้ายแรง ... หาชมได้จากภาพยนต์ เรื่อง K-19: The Widowmaker ฉายในไทยใช้ชื่อ
ว่า ลึกมฤตยูนิวเคลียร์ล้างโลก เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของโซเวียต ที่ประสบอุบัติเหตุ
กัมมันตภาพรังสีรั่วไหล เนื่องจากระบบหล่อเย็นชำรุดขณะปฏิบัติการอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ดัดแปลง
จากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเรือดำน้ำชั้นโฮเทล หมายเลข K-19 ที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1961

 

                                 คลิ๊กอ่าน   คามิคาเซ Kamikaze
                                                
Oka ซากุระร่วงโรย
                                                
ไคเต็น Kaiten
                                                
การโจมตีแบบพลีชีพ (Suicide Attack)







วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

รบกับกัมพูชาทำไม ทำไมต้องรบ ข้อมูลที่ท่านไม่เคยอ่านจากที่ใด

    รบกับกัมพูชาทำไม  ทำไมต้องรบ  
ข้อมูลที่ท่านไม่เคยอ่านจากที่ใด เพราะเราพึ่งจะเขียน

เป็น ความโง่ของทหาร แต่เป็น ความชาญฉลาด เชิงเล่ห์กระเท่ห์ของอำมาตย์ศักดินา

      
เรารับทราบกันเพียงแค่ การเปิดฉากรบ ทุย-กัมพูชา เป็นกุศโลบายเสริมสร้างความเป็นชาตินิยม
เชิดชูศักดินาล้าหลัง เพียงเท่านั้นด้านเดียว และลงมติกันว่าเป็นการกระทำ ที่โง่เขลา
แต่ทว่าลึกกว่านั้น จอมมาร ศักดินาตนนี้มันฉลาดกว่าที่เราท่านนึกคิด ... พิจารณาจากมูลเหตุหลักๆ
คือ

ข้อ 1. การช่วงชิงเอา “ปราสาทเขาพระวิหาร” กลับคืนมาให้ได้ถือเป็นแก้ไขสิ่งตกค้างในใจ ของ
ทรราช ที่ทระนงตนว่าเป็น “ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งมิเคยแพ้พ่าย” (คิงรวย ออฟ คิงรวย)

      

ข้อ 2. สมเด็จฮุนเซ็นฯ ถือเป็นศัตรูตัวร้ายกาจ จากผลงานสำเร็จยุคปัจจุบัน(ศตวรรษที่21) ในการกำจัด
สิทธิและอำนาจของ ศักดินาเขมร ให้มาอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญโดยสงบเสงี่ยมและนอบน้อม ...ซึ่ง
เป็นสิ่งที่ ศักดินาทุยล้าหลัง หวั่นเกรงการเอาเยี่ยงอย่างเป็นที่สุด จึงเป็นที่มาของ การบั่นทอนทำลาย
อิทธิพลอำนาจของสมเด็จฮุนเซ็นฯให้ได้ทุกวิถีทางทั้งทางตรงและทางอ้อม (สนับสนุนพลพรรคฝ่ายค้าน
และฝ่ายเจ้าเขมรให้ลุกขึ้นมาต่อต้าน)

      

ข้อ 3. การเปิดศึกเชื้อชาติเพื่อกระตุ้นให้ชนชาวเขมร เกิดความรู้สึกชาตินิยมรุนแรง เป็นอคติกับกลุ่มชนทุย
โดยเฉพาะ ทุยแดงที่ลี้ภัย รวมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและศักดินาทุย (ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลนายกฯ
ฮุนเซ็น อย่างลับๆ แบบศักดินาทุยเคยสนับสนุนพลพรรคเขมรแดง) และ

      

ข้อ 4. ในทางเดียวกันหากมีการปราบปรามแดงครั้งใหญ่ในประเทศทุย ไม่ว่าจะโดยการรัฐประหาร หรืออื่นๆ
การตรึงกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ตลอดแนวชายแดน จะทำให้การไหลทะลักของ มวลชนแดงผู้คลั่งแค้นหนี
ตาย หลบเลี่ยงเข้าไปรวมตัวสร้าง กองกำลังต่อต้านรัฐทุย ในดินแดนกัมพูชายากยิ่งขึ้น ทั้งเข้าและออก

ข้อ 5. เบี่ยงเบนประเด็นสนใจของประชาชนในชาติทุย กลบเกลื่อนความรู้สึกในเรื่อง ลัทธิแดงตาสว่าง
ข้าวยากหมากแพง น้ำมันขึ้นราคา โกงกินคอรัปชั่น และความไร้ฝีมือของ รัฐบาล นรกสั่ง-เหี้ยตั้ง ซึ่งหาก
แม้นว่าสงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อก็จะประกาศให้ชาติทุยอยู่ในภาวะสงคราม และปกครองโดยรัฐบาลทหาร
ชั่วระยะเวลาที่สามารถกุมอำนาจสั่งการปกครองไว้ในกำมืออย่างเด็ดขาดครบถ้วนแล้ว

      

ข้อ 6. หากชนะเด็ดขาดกวาดล้างทุยแดงสิ้นซาก อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ อยู่ภายใต้อาณัติ
ครบถ้วน ...การดำเนินการความฟ้องร้องศาลอาญาระหว่างประเทศก็สิ้นแรงไร้ผล, ข่าวคาวเรื่องเหม็นคาว
ฉาวโฉ่ทั้งตระกูลจะเบาบางลง,  คำนินทากรณีอมพวงอมเพชรเม็ดโตก็เป็นเพียงนิยายลอยลม, และสำคัญ
ที่สุดก็คือ กูรวยยยย แต่เพียงผู้เดียว ห้ามคัดค้าน ห้ามวิจารณ์ ห้ามเถียง และ ห้ามไม่ให้ ไม่ยืนตรง

            ไชโย ......ขอจงทรงพระจรวย ยิ่งๆขึ้นไปเทอญ
สันติบาล ... ประเทศทุย น๊ะ ประเทศทุย


วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เป็นไปตามแผนรัฐประหารยึดกุมอำนาจครั้งสำคัญ

    บทความ ขำขำ ในวัน เบาเบา ของ' รุ่งศิลา เองจ๊ะ
     รุ่งศิลา

                     ถ้าเป็นไปตามแผนยึดกุมอำนาจครั้งสำคัญ

 
กำลังที่ไว้ใจได้ ทหารคนสวยสายบุปผาผ่ายับ โดย ปะหยุดผู้น้อง ควบคุม เมืองหลวงและจังหวัด
ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยการรัฐประหาร ปฎิบัติการกดดันกวาดล้างแดงยกครัว  ปิดล้อมกองยาม
รูปหล่อล่ำปึ๊ก ของ ร้านปริ้นส์เตอร์ มิให้ฮึดฮัดเคลื่อนไหวหนับหนุนเจ้าของร้านขึ้นแป้นนายก อบต.

ถีบส่งกำลังหน่วยที่ไม่ไว้วางใจไปยันเก็ทเขตแดนเขมร ที่หน่วยขี้เหลืองจุดเพลิงสุมรอไว้แล้ว
       อีกส่วนที่หลงเหลือสับเปลี่ยนไปไว้ทางใต้ ล่อเป้าโจรแขกให้ยิงหัวกาบาลเล่นแก้เซ็ง

จึงเป็นที่มาการปลุกกระแสรักชาติ อัณฑะมิด โดยบงการของ หงอกขาว ผ่านทาง จำร้อง+สนปิ๊
ตามแผนสมคบคิดในการเคี้ย เครื่องปรินส์เตอร์ออกจากระบบแลน ตามที่วิกิหลุดเปิดเผยการสนทนา
ระหว่าง ๓อ้ายเฒ่าไม้เท้าทอง กับ ขี้ทูดกุดถังขี้มะกา

                โดยหวังผลสำเร็จเลอเลิศที่จะสานต่ออำนาจ
              กดหัวมิให้คนรุ่นหลังชวนกันไปขุดฮวงซุ้ย
              เอาโครงกระดูกมาแห่ประจานถุยน้ำลายรด

งานนี้ อีงก หูเบา ซิ้มอ้วน นักอม โดนกาเทยป้อยอ หลอกเต็มซาลาเปา สบายน้ำบานในสวนน้ำ
... เคี๊ยกๆ หัวเราะแบบผู้ร้าย นิยายกำลังภายในโกวเล้ง

                                       

ในทางเดียวกันกลุ่ม ทหารบุปผาผ่ายับสายพี่ใหญ่ปะวิก ที่ชวดตำแหน่งอำนาจ จับมือกับ
เชิ๊ตสีน้ำเงินกลุ่มหอยเนรคุณ แน่น รอคอยจังหวะขึ้นกุมอำนาจหลังมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ซึ่งมีกระแสข่าวเรื่องประนีประนอม เสื้อแดง มากกว่า เสื้อเหลืองเปื้อนขี้ ขี้รักขี้ห่วง

... และหากจับผลัดจับผลู หมากกลเมืองพลิกล๊อค..จอมมารพันหน้า น๊อคเอ้าท์หามออกนอกกระดาน
วงศ์วานว่านเครือกระเด็นกระดอนติดปีกบินหนีออกนอกประเทศคนละทิศละทาง จากการรุกล้มครั้งใหญ่
ของเสื้อแดงแล้ว

... หรือฝ่าย นายพลปะหยุด ชะล่าใจ เอาทหารสวยขี่รถเหล็กทะเล่อทะล่า ขับออกมาติดไฟแดงแบบ
วันแมนโชว์นอนสต๊อป หละก้อ

... กลุ่มอำนาจทหารและนักการเมืองสีน้ำเงิน กลุ่มนี้
     จะสวมบท ทหารประชาธิปไตยสายเลือดคณะราก2475
เคลื่อนกำลังทหารบ้านนอกและหน่วยอกหักชวดตำแหน่ง เข้าควบคุมสถานการณ์ ออกมาสยบผู้ก่อการ
รัฐประหารสายหงอกขาวอีกาอ้วน ที่หวังเชิดชัก นารีขี่ม้าเขีย มาสวม มงกุฎควีนส์สเปโตรัมมี่

  ประเทศทุย นี้คงได้มี ประธานาธิบดีเป็นทหารท้วมขาว และมี นายกรัฐมนตรีปากห้อย
                               แบบประเทศ วิคเตอร์ บู๊ท ก็ได้ใครจะรู้


ส่วน เสื้อเปื้อนน้ำแดง ม่ายเห็น จะได้แก้วอาไรเร้ย ... ที่กระหยิ่มยิ้มย่องว่า นั่งดูเหี้ยมันกัดกันเอง
                          พอมันกัดเสร็จ ตัวชนะก็หันมากัด ตัวเองบ้างปะไร


       ปะติโถ วันๆนั่งคิดแต่จะเอา "ปากไปสู้กับปืน" คงชนะสักวันร๊อก
        พ่อทักกิ้น พ่อคุณทูนหัว พ่อรูปหล่อกาดอหอม (สร้อยสุพรรณ) ... 

                                   
   วางปากกาแล้วโกยหละกรู .....
  รุ่งศิลา' เชิญยิ้ม
๓๑ มกราคม ๒๕๕๔






เท่าที่รู้มาเป็นไปตามที่ท่านรุ่งศิลาบอกมาทุกอย่าง
paeyim  ขอเสริม.............

ไอ้หงอก กับหมาเหลือง วางแผนกันก่อความวุ่นวายใน กทม.และชายแดนเขมรเพื่อดึงกลุ่มบูรพาสุนัข
ให้วุ่นวาย ไม่สามารถตั้งตัวได้เพื่อความได้เปรียบในการชิงดำ เพราะมันรู้ว่าไอ้หมูป้อมกับยี้ห้อยจ้องถีบ
ยอดอกมันอยู่...อย่ากระพริบตาพี่น้อง มันกำลังชิงอำนาจกันเอง ไอ้หงอกเขี้ยวกว่าในเชิงกลยุทธ ...มัน
ไปยึดเพชรบูรณ์ ไว้เป็นฐาน มีกำลังสนับสนุนล้อมรอบ มีพื้นที่เขาค้อเป็นยุทธภูมิเก่าที่ ไอ้หงอกเคยชัก
โชว์มาก่อนสมัยสงครามปราบคอมฯ มันไปยึดรังเก่าไว้เป็นฐาน ที่เพชรบูรณ์มีทหารม้าเป็นกำลังสำคัญ
มีกองหน้าคือทหารม้าสระบุรี มีทหารที่ ค่ายจิรประวัตินครสวรรค์ , ร.พัน 4 ร.พัน 5 ตาก , พิษณุโลก ,
ค่ายขุนผาเมืองเพชรบูรณ์ , ทหารจากโคราช เป็นแกนสำคัญ

งานนี้
ไอ้ป้อม กับ ไอ้ห้อย ดูแล้วกำลังเพลี่ยงพล้ำเพราะมีศึกกับเขมรมาติดตูด ในกทม.ก็มีขี้เหลืองคอยป่วน
...ไอ้หงอก มันกะเผ่นไปทางจีน...หากแพ้ เพราะนักจดได้รับการสนับสนุนจากจีน ไอ้มากตอนไปพม่า
มันก็คุยปูทางไว้แล้ว มี ไอ้ยุทธเขายายเที่ยงไปกล่อมพวกชนกลุ่มน้อยในพม่า กับยังมีพวกม้ง จาก...
วัดถ้ำเขากระบอก(บางคน)เป็นพวก(ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพวกมันไปเสนออะไรให้จีนไว้บ้าง)มีไอ้สงค์ฟันดำ
ซีไอเอ.หลงยุค กับไอ้พวกขี้เหลือง ร่วมเดินเกมส์ด้วยชัดเจน (จตุพรเพิ่งแฉว่ามันไปเพชรบูรณ์กัน)

งานเข้าเสื้อแดงเพชรบูรณ์ สระบุรี เลย พิษณุโลก นครสวรรค์ ตาก กำแพงเพชร โคราช น่าน โซนนั้นทำ
ยังไงจะตีท้ายครัวไอ้หงอกได้ อ้อ...เพื่อนนักรบเก่าสมรภูมิเขาค้อ คิดดูดีๆ จะไปกราบตีนไอ้หงอก ยกมัน
เป็นพระเจ้าเพราะวีรเวรเก่าๆ สมัยปราบคอมฯ เขาค้อ ยอมเป็นพวกมัน หรือจะร่วมกันเปลี่ยนประเทศนี้ให้
เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์เสียทีกับ ประชาชนคนเสื้อแดง​ เพื่อลูกหลาน คิดดูเอาเอง...

เสื้อแดง...จ้องดีๆ คิดไว้ วางแผนไว้ มันตีกันสองฝ่าย ใช้กรุงเทพเป็นสนามรบ ไอ้หงอกอาจหนีไปยึดรัง
อยู่เพชรบูรณ์ มันกะแบ่งประเทศเป็น 2 ซีก ตีกับไอ้ป้อมไอ้ห้อย ที่อยู่แถวกรุงเทพฯ นี้

..............................................โอ้กรุงเทพ เมืองฟ้าอมร ...................................................


อ้างถีง : http://www.internetfreedom.us/thread-11360-post-117557.html#pid117557





คุณ paeyim ครับ

       ผมเขียนให้อ่านเล่น ขำขำ อ่ะ ทำมายมันไปเข้าทาง มีเค้า ปายด้ายเล่า
นั่งเทียนเล่าเรื่องเองท้างน้าน .... อำเล่นว่าสมุมุติเป็นตัวเอง จะคิดอ่านทำอย่างไร
 งานเข้าแหล่ว ว ววววววววววววววววววววว ....รุ่งศิลา

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

พุทธศักราชศก ๒๕๕๔' ยุคกระหรี่ ขี้กาขาว น้ำมันหาย ไข่ชั่งโล

[ภาพ: 2554.jpg]


[ภาพ: calender4.jpg]

โหหหหห..............สะใจ ยุคกะหรี่ หุๆๆๆ
ผมว่ากะหรี่นี่เค้าขายนาผืนน้อยเพื่อเลี้ยงตัวและ ครอบครัวนะครับท่านรุ่งศิลา

ขออภัย ยุค "กระหรี่การเมือง" ครับ
เอ้อ โปรดอย่าสับสนว่าเป็น ยุค "กระหรี่ครองเมือง"
 
 
 

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ระบอบ “ประชาธิปไตยเชิงสังวาส” ของประเทศอันไกลโพ้น



ระบอบ “ประชาธิปไตยเชิงสังวาส” ของประเทศอันไกลโพ้น

แปลความ บทต่อบท ... รุ่งศิลา

แดนดินอันโพ้นไกล
ประเทศประชาธิปไตยเชิงสังวาส
ปกครองโดยระบบเอกาธิราช
กดเช่นทาสเชิดตนชูแต่ผู้เดียว                

ดินแดนไกลแสนไกล ไปลำบาก ถึงก็ยาก และอาจจะไปไม่ถึง อยู่ไหนก็ไม่รู้หรืออาจจะไม่มีอยู่จริง
ฝูงสัตว์มี”จ่าฝูง” มนุษย์เป็นสัตว์สังคมแน่นอนต้องมี”หัวหน้า” หัวหน้ากลุ่มคนหลายครอบครัวรวมกันเรียก
”หัวหน้าเผ่า” หัวหน้าหลายๆเผ่ามารวมตัวกันเรียก”กษัตริย์” เริ่มแรกกษัตริย์ พึ่งจะมีอำนาจและกลุ่มชน
ยังไม่ใหญ่โตซับซ้อน ก็ปกครองแบบใกล้ชิดแบบ พ่อปกครองลูก พอสังคมใหญ่โตมากขึ้นซับซ้อนขึ้นจึง
สร้างกฎเกณฑ์รักษาอำนาจเคร่งครัด ทำให้เหินห่างประชาชน และสืบต่ออำนาจโดยการสืบสันดานสืบพันธุ์
ไว้วางใจเพียงคนในครอบครัว
จึงบัญญัติกฎระเบียบเพื่อรักษาคงไว้ซึ่ง อำนาจวาสนาและผลประโยชน์ตัวเอง โดยกดคั้นผู้ใต้อำนาจไว้มิให้
คิดต่อต้านล้มล้าง และช่วงชิง
ลัทธิเทวาวาดชาตินิยม
โภคอุดมทรัพย์มั่งคั่งบัลลังก์เขียว
อุปโลกน์เสกก่อพอเพียงเดียว
ประสานสนธิ์กลเกลียวโดยเชี่ยวชาญ

กลไกที่จะคงไว้ซึ่งอำนาจอันยาวนานคือ กุศโลบาย อุปโลกก์ยกตนขึ้นเหนือกว่ามนุษย์ด้วยกัน เทียบเท่า
เทวดา คือ ต้องอยู่เหนือกว่า กินดีอุดมกว่า เสพกระสันมันส์กว่า สุโขกว่าพิสดารกว่า
บัลลังก์ คือ ที่นั่งซึ่งยกไว้สูงกว่า ให้โดดเด่นเป็นสง่า สำคัญคือเอื้อมมือถืออาวุธทำร้ายไม่ถึงประมาณนั้น
ได้ยินเสมอคือ “บัลลังก์ทอง” เห็นสัมผัสได้ด้วยตา ซึ่งอลังการ์งานสร้างและมีค่าสูงเพราะทำด้วยทองคำ
สมเกียรติยศคนนั่ง
“บัลลังก์เขียว” คำอุปมาอุปมัย ที่อาจจะมิได้สลักจากหยกสีเขียว(เพราะหาไม่ได้ในโลกที่ใหญ่พอจะนำ
มาแกะสลัก) หรือทาสีเขียว ซึ่งคงหาคุณค่ามิได้ ... ฉะนั้น จึงพินิจในเชิงนามธรรมความหมาย ว่าบัลลังก์
ที่นั่งซึ่งอยู่บนต้นไม้ก็มิใช่อีก ... เทียบในยุคศตวรรษที่21 ความหมายสีเขียว ทางสังคมหมายถึงอำนาจ
อำนาจจากอาวุธ ผู้ใช้อาวุธที่ทรงอำนาจแน่นอนคือทหาร ทหารส่วนกุมอำนาจคือทหารใส่ชุดเขียว ... ยูเรกา

สืบอำนาจตามราชประเวณี
สะเด็ดน้องเสร็จสมพี่โยนีหลาน
ครองสมบัติสลัดบัดยาวนาน
ผลัดกันผลาญเสพสมชู้คู่ภิรมย์

การสืบต่ออำนาจเฉพาะคนในวงศ์ตระกูล(ราชวงศ์) เป็นความนิยมดั้งเดิมต่อกันมา (เรื่องอะไรจะไปยกสมบัติ
ให้ลูกคนอื่นล่ะ จริงไหม?) มักใช้คำศัพท์พระราชาว่า ราชประเพณี ซึ่งคำความหมายจริงๆก็คือ คำตรงว่า
ราชา + ประเวณี = ลูก คำกลอนจึงมาลงที่  ราชประเวณี
ราชประเวณี แปลตรงตัวก็คือ การร่วมประเวณีของพระราชา ภาษาตลาดตรงกับคำ เอากัน นั่นแหละ
ส่วนที่ว่าทำไมในประวัติศาสตร์ พวกจ้าวทั้งหลายถึงพันพัวนัวเนียกันเองในกลุ่มสายเลือดเดียวกัน ก็อธิบาย
ง่ายๆตามคำพังเพยไทยๆว่า“เรือล่มในหนอง” ทำนองพี่น้องเอากันเองนั้นปะไร ตามกฎเมนเดลลูกหลาน
รุ่นต่อๆมาเลย บ้าๆบอๆ โง่ทึ่ม เอ๋อเหรอแดก ประมาณนั้น (ไม่ได้ว่าใครนาพูดตามหลักวิทยาศาสตร์
การแพทย์ที่พิสูจน์ได้แล้วในศตวรรษที่21) บ้างก็เป็นโรคแปลกๆ ตายเร็วกว่า มนุษย์ไพร่ ปกติทั่วๆไป เช่น
โรคแดรกคูล่าหิวเลือด    เป็นเรื่อง เอ้ย..เป็นต้น
มั่นคงมากประสมจากสามรากถาน
ตุลาพาลเฉโยงโกงเจือสม
เสน’บ่ดีขี้ฉ้อปล้นจตุสดมภ์
สัตว์สภาอาจมสารพันธุ์

ความเชื่อทางโบราณเลข 3 ถือว่าเป็นความมั่นคง เส้ามี3ขา หรือ3ก้อนเส้า(อิฐ,หิน) หม้อบนเตา
จึงมั่นคง (2เส้า ก็หกคะเมน , 4เส้า ก็สูงๆต่ำๆ กระดกกระโด๊กกระเด๊ก) ส่วนเมียต้อง 3 ตามตำรา บาลาน
พาวเวอร์สมดุลอำนาจรัก  แต่รัก3เศร้า อันนี้ไม่เกี่ยว
3 รากถาน ถาน  อันนี้ คือ เวจ หรือ ส้วมขี้ นั้นแหละ ถาน คือที่นั่งทำกิจหนักเบาของพระสงฆ์ผู้ถือศีล
     3 รากถาน ประมาณว่า ที่ตั้งวางไว้โดยสมดุลย์อำนาจของผู้มีธรรมะ(ถ้ามี) คือ
         1 ตุลาโกง ตุลากวนตะแลงแกง
         2 เสนา’บ่ดี ลิงเสน ... ลิงแก้แห ลิงหลอกจ้าว ฮู้ โกงฉิบหายวายทะเล
         3 สัตว์สภา สภาเสน’บ่ดี ชุมนุมไปด้วย เสือ,เสิง,กระทิง,แรด เหี้ย.ห่า สารพัดสัตว์ กัดกันขรม แย่งขี้
ห้อมบริวารอำมาตย์อุบาทว์ใหญ่
เสพจัญไรวิตถารทวารสรรค์
ขุนพลแก้วไต่แถวเหรียญตราภัณฑ์
อารักขาหุบผาสวรรค์รชนี


ทวาร ฮูดาก นะแหละภาษาอีสาน สรรค์ สรรหามาเสพสม ที่เหลือแปลเอาเองเด้อ
หุบ  คืออูมๆ ผา คือแผ่นผิวระนาบอยู่ดีดีหักลึกวูบลงไป หุบผา ก็ ผิวอูมๆมีช่องหลืบลึก สวรรค์ คือที่ดี
จริงๆ อยากไปถึงจนนำหูเล็ดน้ำตาไหล  รชนี แปลว่า กลางคืน,เวลามืด(ลับหูลับตา)
 ....ฮั่นแน่ รู้น๊ะคิดลึก แปลอะไรอยู่ใกล้ๆคุก

คาวจำเริญข่าวสะพัดรัฐสวาท
ป่าวประกาศชาติฉาวก้าวหน้าหนี
ปฏิวัติ สังวาส ประเวณี
ผองชนร้องแซ่ซ้องมี ดอกสีทอง

ก้าวหน้าก้าวหลัง น๊ะมิใช่ เลข๙ หรือ เก้าหนีหน้า หรือ มั๊กหน้าหมี อะไรนั่น
ได้ข่าวบางรัฐ ตอนที่เขาเอารถเหล็กออกมาวิ่งบนถนน มีสาวนักเต้นจ๊ำบ๊ะ ออกมาดักมอบดอกไม้สวยๆให้
จ้าวนายเรือขุนตาเดียวโจรสลัด
สารพัดถนัดจัดฉลอง
ปฏิบัติรัฐประหารทางคูคลอง
เก่งทางน้ำไหลคล่องละล่องชล

ภาพลักษณ์ ขุนโจรสลัด ที่ทุกคนในยุคสมัยปัจจุบันนึกถึงต้องเป็น กัปตันฮุ๊ค สวมหมวกกะปิตัน และ
คาดที่ปิดตา คือตาบอดเหลือดวงเดียว ใครไม่เชื่อไปดู การ์ตูนวอลล์ดีสนี่ย์ สิ  ยกเว้น กัปตัน แจ๊ค
สแปโร่ส์ ใน Pirates of the Caribbean  แกไม่ตาบอดข้างเดียว แต่กะล่อนโคดโคด เก่งทางน้ำ
ไหลคล่องละล่องชล พอกล่อมแกล้มคุณสมบัติได้ นำพาลงคูลงคลองหรือไม่ มิแน่ใจ
อาชีพ สลัด นี่ปล้นอย่างเดียว ปล้นกลางทะเล ปล้นกลางแดด หน้าตาเฉย แบบ
กูจะเอาซะอย่าง คราย จาทามมาย ... ข้อหา บังอาจรวยเร็ว และเก่ง ก่ า ชังน้ำหน้าไปชิ้ว
พอเสร็จสรรพการปล้นแล้ว อีทีนี่ก้อต้องฉลองกันหน่อย พวกโจรทางน้ำเนี่ยเขาก็สนุกกันหัวฟัดล่ะ
จัดงานกินเที่ยวกัน ประโคมโหมไฟสว่างไสวแบบไม่กลัวฟุ่มเฟือย เสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ยอม
เงินชาวบ้านปล้นเขามาท้างน้าน.. ม่ายช่ายเงินกรู วู๊ ปี้.. กัวอาราย.. เอ้า.. ชนแก้ว.. เชี่ยยยยย!
ผ่านเชิงชั้นบั่นคร่ามานานนับ
ขุนขยับสลับตาฆ่ามากหน
ทั้งลี้ลับสั่งกระชับปรับอับจน
บดขยี้หลายคนมาหลายครา

ขุนขยับกับพินาศ นี่คนละตัวกับ ขุนในบทนี้ บนกระดานหมาก โหดสุดสุด คือซ่อนกลลี้ลับ เดินหน้าฆ่า
อย่างเดียว ใครขวางหน้าตา กูเดินกินเรียบ หัวทะลุสมองไหล ปัดตกกระดานทุกท่านไป หามิใช่ ตกใต้ทวย
โศลกนี้ สดุดีพลีสวาสดิ์
“ประชาธิปไตยเชิงสังวาส” ชาติมหา
ขออำนวย ”อวยกลอน” สวาทดินา
ผสมพันธุ์ พระราชา ชาติจำเริญ .. ไช โย

โปรดเรียกระบอบนี้ว่า “ประชาธิปไตยเชิงสังวาส” ของชาติมหาอำมาตย์ (ขออภัยอย่าอ่านเป็นหมา)
เพราะ เสวยอำนาจ โดย พิธีการเสพสวาท ด้วยการเอากัน



ปล. เอากันมันส์จะตาย เอาแล้วมันส์ด้วย ได้อำนาจด้วย .. ใครจะไม่เอาล่ะ คร๊าบพี่น้อง ค๊าบ
                                     ไม่เชื่อ ไปถาม พี่ เหล่ กะ กะทิชาวเกาะ ดูดิ

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553