วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

รุ่งศิลาท้าชนทีนิวส์!! - TNEWS.CO.TH "สื่อมวลชั่ว" เท่ห์ จริงๆ


ในระหว่างที่จะตอบ คำถามสื่อมวลชั่ว
ผมขอให้เข้าใจที่มา ที่ไปของคำว่า "สื่อมวลชั่ว"

รุ่งศิลาท้าชนทีนิวส์!! - TNEWS.CO.TH  
เท่ห์ จริงๆ ที-นิวส์ เขาโพสต์หัวข่าวตั้งให้ผม

    


**ปล. ถ้าท่านไม่เห็นคลิปวิดิโอสำคัญนี้ให้ คลิ๊กเข้าชมที่ Youtube โดยตรงครับ
http://www.youtube.com/watch?v=qbtZl-qCqp4&feature=player_embedded


   คนสองกลุ่มจับอาวุธเข้าห้ำหั่นกัน อีกครั้งอีกหน

 

กรณีปลุกปั่นฝูงชน พัทยา นางเลิ้ง สะพานขาว ชุมชนมุสลิม ฯลฯ



ราชดำเนิน ถึง รวันดา กดสังคมไว้ด้วยกำลัง
   สื่อมวลชั่ว เป็นเหตุให้เกิดอารมณ์คุมแค้น


ก่อนหน้า...ประเทศรวันดา เหมือนจะเจริญกว่าประเทศอื่นๆ ในทวีป (ยกเว้นแอฟริกาใต้) จนเกิด กลุ่มทหารบ้าน
หัวรุนแรงชาวฮูตู โดยเป็นกลุ่มผู้กระทำการสังหารหมู่ คือ กลุ่มอินเตราฮัมเว (Interahamwe เป็นภาษากินยาร์
วันดาแปลว่า
ผู้ที่สู้ด้วยกัน) และ กลุ่มอิมปูซูมูกัมบิ (Impuzamugambi แปลว่า ผู้ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน) ที่ต้อง
การทำลายล้างเผ่าพันธุ์ชาวรวันดา เผ่าทุ๊ชซี่ (tutsi)  และเรียกชาวทุ๊ชซี ว่าคุณแมลงสาบ!! การดำเนินการฆ่า
ล้างเผ่าพันธุ์เป็นไปอย่างบ้าคลั่ง

ประวัติศาสตร์ ดินแดนนี้เดิมเรียกว่า Ruanda-Urundi เคยรวมอยู่กับ Burundi แล้ว ตกเป็นอาณานิคมส่วนหนึ่ง
ของเยอรมันในปี 2433(1890) ในนามของ German East Africa  ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 รวันดา ตกเป็น
ดินแดนในอาณัติของสันนิบาตชาติ และสหประชาชาติ โดยมีเบลเยี่ยมเป็นผู้ดูแล  ขณะนั้น รวันดามีการปกครอง
แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ในปี 2502(1959) ได้เกิดสงครามระหว่างเผ่า ทำให้ชนเผ่าTutsi หมดอำนาจลงอีก 2ปีต่อมา เบลเยี่ยมจัดให้มีการ
ลงประชามติ ซึ่งชาวรวันดาได้ตัดสินใจที่จะปกครองตนเอง เบลเยี่ยมจึงมอบเอกราชให้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2505
(1962) และรวันดากลายเป็นสาธารณรัฐ

เบลเยี่ยมไปสร้างชนชั้น รวันดา

โดยชนเผ่า Tutsi ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยแต่ร่ำรวยมีการศึกษาดี และเป็นนักรบ
ส่วนชาว Hutu ซึ่งเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศเป็นพวกยากจนและมีอาชีพทางกสิกรรมเป็นส่วนใหญ่

ฮูตู      คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของประเทศฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แมลงสาบ (ทุ๊ชซี่) เพื่อปกครองประเทศ
ทุ๊ชซี่   ต้องรักษาเผ่าพันธุ์เพื่อกลับมาปกครองประเทศ

ชนในชาติประกอบด้วย คนเผ่า   Hutu ร้อยละ 80   Tutsi ร้อยละ 19   Twa
(Pyamoid)ร้อยละ 1
ประชากรประมาณ 8.16 ล้านคน
สื่อมีส่วนในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ใน รวันดา

มีคนโดนฆ่าตาย 800,000-1,071,000 คน
ในช่วงเวลาแค่ 100 วัน
เท่านั้น

สาเหตุหนึ่ง มาจากสื่อเลวชั่ว มีส่วนเขียนสื่อ เสี้ยมสร้างความโกรธแค้นให้คนในชาติ โกรธเกลียดกัน
เป็นเหตุให้เกิดการอารมณ์คุมแค้น ของชนในชาติแต่ละฝ่าย นำมาสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในประเทศ รวันดา

การฆ่าเริ่มต้นขึ้นจากการยุยงของสื่อวิทยุ

(ทำนองวิทยุบางคลื่นของไทยขณะนี้ ที่ขยันสร้างความเกลียดชังกระจายไปทั่วสังคม)
คนบ้านใกล้กันที่เคยอาศัยเป็นเพื่อนบ้านกัน ก็จับมีดขึ้นมาฆ่ากัน ศพตายเกลื่อนลานบ้านหากสถานการณ์ทางการเมือง
ของประเทศไทยพัฒนาไปแบบนี้ มีโอกาสนองเลือด แบบรวันดาแน่นอน หากทหารและพวกอำมาตยาธิปไตยทั้งหลาย
ยังคิดที่จะ กดสังคมไว้ด้วยกำลัง

เพิ่มเต็มความโกรธแค้นระหว่างสองชนเผ่า ยังมีส่วนสำคัญในการเติมเชื้อปะทุความรุนแรง ที่พัฒนามาเป็น สงคราม
กลางเมือง
ในประเทศบุรุนดีตั้งแต่ พ.ศ. 2536 (1993) มาจนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2548 (2005) อีกด้วย

ด้วยเหตุผลว่าคนพวกนี้อาจกลายไปเป็นกลุ่มกบฏ RPF ได้ ส่วน ผู้หญิงถูกนำมาข่มขืน และพวกที่รอดตายจำนวน
2 ใน 3 ก็ถูกทิ้งไว้กับโรคเอดส์
   นอกจากนั้น ชาวฮูตูที่รักสันติ ก็ถูกฆ่าด้วยเช่นกัน
โดยคาดว่ามี ชาวทุ๊ชซี ถูกฆ่าตาย
ประมาณ 750,000 คน และ ชาวฮูตูผู้รักสันติถูกฆ่าตายประมาณ 50,000 คน
หลังเกิดเหตุรวันดาประสบปัญหาทั้ง
ทางเศรษฐกิจและสังคมจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ยากจนเป็นอันดับ 3
ของโลก และได้มีการลงโทษ
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรงครั้งนั้นติดต่อกันมายาวนาน ซึ่งที่น่าตกใจ
อีกอย่างก็คือ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา การ
ตัดสินผู้กระทำผิดยังไม่จบสิ้น  โดยเพิ่งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า
  ชาวรวันดา 1 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 8
ของประชากรทั้งประเทศ
จะต้องขึ้นศาล ทีละคนเนื่องจากมีส่วนพัวพันกับ
การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ครั้งนั้น และ มีคน
ประมาณ 8 แสนคนติดคุกอยู่ โดยเชื่อกันว่าคงจะมีหลายคนที่เสียชีวิตไปก่อน
ได้รับการตัดสิน

เหตุการณ์ปัจจุบันยังคงต้องเรียกว่าคุกรุ่น เพราะ ชาวทุ๊ชซี หลายคนยังมีความเชื่อว่าการจะอยู่รอดก็คือต้องปราบปราม
ชาวฮูตู
ส่วนชาวฮูตู(Hutu) ก็เชื่อว่าพวกเข้าคงโดนประทับตราบาปจากเหตุการณ์นั้นไปอีกนาน โดยไม่มีใครสนใจความ
ยากแค้น
ของเขาในสมัยที่รัฐบาล ทุ๊ชซี (Tutsi) ปกครองประเทศเลย จึงเป็นไปได้ว่าอาจยังมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นอีก
ในอนาคต



และศาลได้ตัดสินให้ สื่อชั่วเลว มีความผิดติดคุก กันระนาวทั่วหน้า







     นสพ.ดาวสยามยุคใหม่ ๒๕๕๔
 ในปฏิบัติการ ยุคยงคนไทยให้ฆ่ากันเอง เพื่อความอยู่รอดอีกครั้ง


ก่อนการล้อมฆ่า นิสิตนักศึกษาประชาชนมือเปล่า ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
บ่ายวันที่ 5 ตุลาคม 2519 หนังสือพิมพ์ดาวสยาม ได้ตีพิมพ์ภาพละครแขวนคอของนักศึกษา โดยระบุ
ว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  (เนื่องจากบุคคลผู้ถูกแขวนคอในภาพ มีหน้าละม้ายองค์รัชทายาท)
มีการชุมนุมกลุ่มพลังฝ่ายขวาทั่วกรุงเทพ ฯ และ พ.อ.อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา แห่งชมรมวิทยุเสรี  ได้
กระจาย เสียงปลุกเร้ากลุ่มพลังและนัดหมายเวลาที่จะเคลื่อนกำลัง

อ้างอิง :  http://board.yimwhan.com

    





คุณรุ่ง เราจะเอากระทู้ขึ้น หน้าhome ทำ hot newsแต่อยากได้รูปที่จะสื่อความหมาย
กระทู้ท้าชนT-News  มีไหมเอ่ย

เอารูปนี้ดีไหมครับ แล้วไปใส่ wording เอาเอง ว่า ท้าชน


ข้อสรุปง่ายๆที่ผมจับใจความได้ คือ T-News ดาวสยามยุคใหม่ "สื่อมวลชั่ว" นี้
มันจะดึงผมให้เข้า ม.๑๑๒ ให้ได้ เหตุผล สั้นๆ คือ
แนวคิดที่ผมเผยแพร่ไป มันเป็นอันตราย ต่อระบอบกอบโกยและเอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติ
ยิ่งข้อมูลแนวคิดเหล่านี้ กระจายเข้าสู่จิตสำนึกมวลชนมากเท่าไร มันยิ่งถอยหลัง นับวันเวลาพ่ายแพ้ 

ที-นิวส์ เป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่ง ที่เขานำออกมากำจัด นักคิด นักเขียน ฝ่ายเสรีประชาธิปไตย
ซึ่งเป็นผู้ปู ฐานจิตวิญญาณเสรีของมวลชน ให้ก่อกำเนิดเป็น เสรีชน

ปฏิบัติการของ
สื่อทีวี T-News ของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ไม่แตกต่างจาก สถานีวิทยุ ยานเกราะ
โดย พอ.อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (พลโท) และ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ในปี 2519

และ สำนักข่าวทีนิวส์ T-News ก็คือ นสพ.ดาวสยาม กลับชาติมาเกิด นั่นเอง




คลิ๊กเข้าชม
จากราชดำเนิน ถึง รวันดา ... กดสังคมไว้ด้วยกำลัง ... สื่อมวลชั่ว เป็นเหตุให้เกิดอารมณ์คุมแค้น
อีกเรื่องที่ เผด็จการมันเคืองใจที่มีคนมาดักคอการออกมายึดอำนาจแบบไร้การต่อต้าน
จุดดับ รถถัง นักปฏิวัติ





อยากให้ T-News ได้อ่านและนำไปวิแคะต่อว่า สอดคล้องกับ "ชาดพิชัยสงคราม" ด้วยไหม

รัฐประหาร รอบนี้ จะเจอกับอะไร?





              อ้างอิง :
              รัฐประหาร รอบนี้ จะเจอกับอะไร ?
              รถถัง  สัญลักษณ์ ของการปฏิวัติ รัฐประหารยึดอำนาจรัฐไทย


         คลิ๊กเข้าอ่านความเห็นตามหน้าเวปบอร์ดการเมือง

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

"รุ่งศิลา" ล้ม "สถาบัน" ตรงไหน อ้ายสื่อมวลชั่ว




"รุ่งศิลา" ล้ม "สถาบัน" ตรงไหน  อ้ายสื่อมวลชั่ว

หรือ เทวดา กลายเป็น สถาบัน ไปแล้ว ตามที่ สื่อมวลชั่ว กำหนดให้เป็น
ใครกันแน่ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้ สถาบันเสื่อม ด้วยการยุยงส่งเสริมและ
แบ่งแยกประชาชน ใช่สื่อมวลชนประเภทนี้หรือไม่?


                   ที่มา : http://www.tnews.co.th/html/clip_report.php



<a href="http://www.youtube.com/v/tZ3FbIs63J4?version=3&hl=th_TH&autoplay=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/tZ3FbIs63J4?version=3&hl=th_TH&autoplay=1</a>



อ้างถึง : การต่อสู้กับ "เผด็จการเทวดา" ด้วย อาวุธและปริมาณมวลชน
จากราชดำเนิน ถึง รวันดา..กดสังคมไว้ด้วยกำลัง..สื่อมวลชั่ว เป็นเหตุให้เกิดอารมณ์คุมแค้น
 


6a0120a6e49cfc970b0148c6ed531a970c.gif  

   



Steve ไอ้ห่า .... เทวดาก็คือสิ่งสมมุติไง ถ้าต้องติดคุกเพราะเรื่องส้นตรีนแบบนี้กูติดไปนานแล้ว
... กลัวเยี่ยวแทบราดเลยหว่ะ
ลื้อจะสมมุติว่าเป็นใครก็เรื่องของลื้อ กราบไหว้ขอหวยไปคนเดียวเหอะ อั๊วไม่เกี่ยวว่ะ!
เพราะมิใช่มนุษย์ จะเป็น เทพ หรือ ภูติ สุดแท้แต่จะนึกให้เป็น ด้วยคนธรรมดาตาเปล่ามิสามารถมองเห็นได้
คุณความดี และ ความชั่ว คือสมมุติฐานในใจที่ มนุษย์ ตั้งให้ว่า อมนุษย์ ตนไหน
เป็น เทพยดา หรือจักเป็น มารปีศาจ สัมผัสและความรู้สึกคือสิ่งบ่งบอก

... คลิ๊กเข้าดู เทวดาตัวเป็นๆเร้ว พี่น้อง
Tongue

      นสพ.ดาวสยามยุคใหม่ ๒๕๕๔
ในปฏิบัติการ ยุคยงคนไทยให้ฆ่ากันเอง เพื่อความอยู่รอดอีกครั้ง

ก่อนการล้อมฆ่า นิสิตนักศึกษาประชาชนมือเปล่า ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
บ่ายวันที่ 5 ตุลาคม 2519 หนังสือพิมพ์ดาวสยาม ได้ตีพิมพ์ภาพละครแขวนคอของนักศึกษา โดยระบุ
ว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  (เนื่องจากบุคคลผู้ถูกแขวนคอในภาพ มีหน้าละม้ายองค์รัชทายาท)
มีการชุมนุมกลุ่มพลังฝ่ายขวาทั่วกรุงเทพ ฯ และ พ.อ.อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา แห่งชมรมวิทยุเสรี  ได้
กระจาย เสียงปลุกเร้ากลุ่มพลังและนัดหมายเวลาที่จะเคลื่อนกำลัง  
 
    

  


ภาพของ rungsira

ข้อสรุปง่ายๆที่ผมจับใจความได้


ข้อสรุปง่ายๆที่ผมจับใจความได้ คือ T-News ดาวสยามยุคใหม่ .. "สื่อมวลชั่ว" นี้มันจะดึงผมให้เข้า ม.๑๑๒ ให้ได้ เหตุผล สั้นๆ คือแนวคิดที่ผมเผยแพร่ไป มันเป็นอันตรายต่อ ระบอบกอบโกยและเอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติ ยิ่ง ข้อมูลแนวคิดเหล่านี้ กระจายเข้าสู่จิตสำนึกมวลชนมากเท่าไร มันยิ่งถอยหลัง นับวันเวลาพ่ายแพ้ ที-นิวส์เป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่ง ที่เขานำออกมากำจัด นักคิด นักเขียน ฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นผู้ปู ฐานจิตวิญญาณเสรีของมวลชน ให้ก่อกำเนิดเป็น เสรีชน ปฏิบัติการของ
สื่อทีวี T-News ของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ไม่แตกต่างจาก สถานีวิทยุ ยานเกราะ โดย พอ.อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (พลโท) และ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ใน ปี 2519 และ สำนักข่าวทีนิวส์ T-News ก็คือ นสพ.ดาวสยาม กลับชาติมาเกิด นั่นเอง


คลิ๊กเข้าชม
Shy จากราชดำเนิน ถึง รวันดา ... กดสังคมไว้ด้วยกำลัง ... สื่อมวลชั่ว เป็นเหตุให้เกิดอารมณ์คุมแค้น
อีกเรื่องที่ เผด็จการมันเคืองใจที่มีคนมาดักคอการออกมายึดอำนาจแบบไร้การต่อต้าน
จุดดับ รถถัง นักปฏิวัติ









รูปภาพ อ้างถึง : การต่อสู้กับ "เผด็จการเทวดา" ด้วย อาวุธและปริมาณมวลชน

ข้อเขียนนี้ ของข้าพเจ้า "รุ่งศิลา" ในฐานะพลเมืองของรัฐไทย ภายใต้กฏหมายรัฐธรรมนูญ
ใช้สิทธิเสรีภาพของบุคคล อันเป็นสิทธิมนุษยชน ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ตั้งแต่มาตราที่๒๖
จนถึงมาตรา๖๙ ดังนี้

  1. สิทธิเสรีภาพของบุคคล
  2. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  3. สิทธิในทรัพย์สิน
  4. สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
  5. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน
  6. สิทธิเสรีภาพในการศึกษา
  7. สิทธิในการได้รับบริการสาธารณะสุขและสวัสดิการของรัฐ
  8. สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน
  9. เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม
10. สิทธิชุมชน
11. สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

รูปภาพ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
ราษฎรหรือประชาชนคนไทยทุกคนมีสิทธิในการปกป้องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
มิให้บุคคลใด หรือคณะบุคคลใดมาล้มล้างรัฐธรรมนูญการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉะนั้นบุคคลใดเจตนาการกระทำการล้มล้างรัฐธรรมนูญ
บุคคลผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีโดยเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุด
ตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
หรือดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าวต่อไป

การรัฐประหารยึดอำนาจรัฐ ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นกบฏ
อันเป็นความผิดร้ายแรง มีระวางโทษสูงสุด

การกล่าวหาฟ้องร้องใดๆในบทความนี้ ข้าพเจ้าถือเป็นการละเมิดสิทธิของข้าพเจ้า
ในฐานะพลเมืองแห่งรัฐไทย ที่มีหน้าที่ปกป้อง "รัฐธรรมนูญ" อันเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศไทย


เชิงอรรถ :

* สิทธิพลเมือง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐
* สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญไทยเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของบุคคล

รูปภาพ









“ฆ่าเพื่อหยุดยั้งการฆ่าคนบริสุทธิ์ ของเหล่าผู้งมงายในลัทธิรูปบูชา ซึ่งแทนตนดังพระเจ้า”



   เมื่อเหยื่อที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด รวมตัวกันได้
และแปรเปลี่ยนไปเป็นผู้ล่า นักสร้างเรื่องใส่ความเท็จ


ไม่ว่าแม่มดจะมีจริงหรือไม่ก็ตาม ในยุคกลางของยุโรปหรือที่เราเรียกกันว่า ยุคมืด คือ ยุคที่อยู่ใต้
การปกครองของศริสตจักร แม่มด ถูกประณามว่าเป็น สัญลักษณ์ของความชั่วร้าย เป็นสมุนของ
ซาตาน จึงมีการไล่ล่าเพื่อกวาดล้างแม่มดอย่างขนานใหญ่ เอาเป็นเอาตาย จากบรรดาบาทหลวง

สมมุติ หากว่าเกิดเหตุผิดปกติของธรรมชาติขึ้นในท้องถิ่น เช่น ฝนแล้ง เกิดโรคระบาด เกิดการตาย
โดยไม่ทราบสาเหตุ   สิ่งแรกที่คนสมัยนั้นจะนึกถึงก็คือ “แม่มด” พวกชาวบ้านชาวนา ด้อยความรู้
จะระดมกำลังกันตามหาผู้ต้องสงสัย ซึ่งส่วนใหญ่มักหา แพะรับบาป พร้อมหลักฐานได้จำนวนหนึ่ง
แม้ว่าแทบทุกครั้ง การกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นไปอย่างเลื่อนลอย หลักฐานที่มีขาดน้ำหนัก-เหตุผล
เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแปลกกว่าคนอื่น ก็อาจจะโดนกล่าวหาได้ง่ายๆ ดังเช่น

  • แค่เลี้ยงหมากับแมวไว้ในบ้านเดียวกันโดยสงบไม่ทำร้ายเป็นศัตรูกัน
  • หญิงแก่ไร้ญาติ  ซึ่งเลี้ยงแมวตัวเดียวไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา มักถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด และ
      ถูกลากมาเผาประจานทั้งเป็น
  • หญิงสาวบางคนที่สวยเกินไป ก็จะโดนข้อหา”แม่มด” ด้วยความริษยาของผู้หญิงด้วยกัน หรือ
      จากชายที่หมายปองแต่ไม่สมหวัง เหตุผลกล่าวหา เพราะสงสัยว่าจะเอาดวงวิญญาณตน
      เข้าแลกกับเรือนร่างที่สวยงามน่ามองจากซาตาน เพื่อลวงล่อให้เกิดความลุ่มหลง

                          
           ผู้ชายในสมัยนั้นมักชอบทารุณกรรมผู้หญิง โดยยกข้ออ้างจาก คัมภีร์ไบเบิล ว่า
               "สูเจ้าจะต้องไม่ทรมานแม่มดด้วยการปล่อยให้มีชีวิต"
                             Thou shalt not a suffer a witch to live

การใช้จิตวิทยาข่มขวัญ สร้างเรื่องราวก่อให้เกิดความหวาดกลัว ของ ขบวนการนักล่าแม่มด โดย
การรวมตัวสนับสนุนกัน อย่างเป็นระบบ จาก ผู้นำที่ต้องการควบคุมหมู่ชน

                        
                      องค์กรมือสังหาร นักล่าแม่มด

จัดตั้งขึ้นเพื่อ แกะรอยตลบหลัง นักล่าแม่มด กลุ่มเหล่านี้ ปฏิบัติการณ์จะเป็นไปโดยเหี้ยมโหดกว่า
โดยกระทำการอย่างลับๆ จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อเป้าหมายถูกล่าสังหาร จะถูกตัดหัวและ
แขวนเท้าห้อยทิ้งไว้ ณ.ทางแพร่งเข้าชุมชนนั้นๆ เพื่อประจานให้เป็นตัวอย่างแก่ผู้บังอาจตั้งตนเป็น
กลุ่มนักล่าคนบริสุทธิ์

เป็น การฆ่า เพื่อ หยุดยั้งการฆ่าที่บ้าเลือด ของกลุ่มชนงมงายกระหายเลือด
ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นด้วย การรวมตัวของผู้กล้าขันอาสา ในจำนวนที่พวกมันมิอาจคาดถึง


        ด้วยคำปฏิญาณการปกป้องผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับรองว่าเป็นสิ่งชอบธรรม

                   “เราจักฆ่า เพื่อ หยุดยั้งการฆ่าคนบริสุทธิ์
     ของเหล่าผู้งมงายในลัทธิรูปบูชา ซึ่งแทนตนดังพระเจ้า”


                                      

                                   http://www.bangkokbiznews.com
 

การล่าแม่มด "คนคิดต่าง" 2010 บนโลกไซเบอร์
โดย : ศาลวัต บุญศรี

มีการตั้ง กลุ่มทางการเมืองขึ้นเป็นจำนวนมากตามอุดมการณ์ และความคิดเห็นทางการเมืองของตน อย่าง
กลุ่มเสื้อหลากสี ที่ทุกท่านคงได้เห็นผ่านสื่อในระยะที่ผ่าน กลุ่มหนึ่ง ชื่อ Social sanction ซึ่งประกาศตัว
ชัดเจนในการที่กำจัดนักการเมืองที่คอร์รัปชัน และผู้ที่คิดทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
โดยใช้วิธีการทางสังคมแทนกฎหมาย ณ ขณะนี้ มีสมาชิกอยู่ราว 5,500 คน

วิธีการปฏิบัติ ของสมาชิกและผู้ดูแลในเพจ Social Sanction นี้ จะทำการบันทึกภาพหน้าจอของ

ผู้ใช้ เฟซบุ๊ค ที่พิมพ์เนื้อหาในเชิงวิพากษ์ วิจารณ์สถาบัน รวมถึงมีความคิดเอียงไปทาง "แดง" แล้วนำมา
โพสต์ พร้อมบรรยายสรรพคุณตั้งแต่ชื่อ ที่อยู่ ที่ทำงาน พฤติกรรม บุคลิก พร้อมกับเรียกร้องให้สมาชิกใน
เพจ ใช้กระบวนการทางสังคมกดดันให้ผู้ใช้เฟซบุ๊ค ที่ถูกบันทึกภาพมารู้สึกผิด 

หากเป็นผู้มีชื่อเสียง ทีมงานเรียกร้องให้สมาชิกไม่อุดหนุนงานของคนคนนั้น

หากเป็นคนธรรมดา นอกจากร่วมรุมด่าและประณามในเว็บแล้ว ก็เชิญชวนให้ส่ง sms อีเมล รวมถึงโทรศัพท์
ไปด่า ตัดออกจากสังคม จนถึงขั้นกดดันบริษัทให้ไล่ออก และส่งเรื่องให้ DSI ราวกับ "ฟัก" ในคำพิพากษา
งานของ ชาติ กอบจิตติ มิปาน

สมาชิกทั้งหลายมีความกระตือรือร้นมากในการเสาะแสวงหาผู้คิดต่างเอามา "เสียบประจาน" (คำนี้ถูกใช้ใน
กลุ่มจริงๆ) บางวันหากไม่มีการเสียบประจานจะมีสมาชิกบางคนบ่น และกระตุ้นให้ค้นหา

มีผู้คนได้รับผลกระทบจากเพจนี้จำนวนมาก พฤติกรรมของเพจ Social sanction นี้ 

เชื่อว่า บรรดาสมาชิกล้วนแล้วแต่คิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นทำถูกแล้ว บนสมมติฐานเบื้องต้นที่ว่า หากกฎหมายทำ
อะไรไม่ได้ เราก็ใช้บทลงโทษทางสังคมเล่นงานเสียเลย ยิ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เปราะ
บางด้วยแล้ว หลายคนเห็นว่าการกระทำเช่นนี้ เพื่อแลกกับการปกป้องสถาบันมิใช่เรื่องผิดแม้แต่น้อย

เชื่อว่า สมาชิกในกลุ่มนั้น มีความรู้สึกนึกคิดมิได้ต่างจาก

                     
                     ประชาชนที่มามุงดูเหตุการณ์ล้อมปราบที่ธรรมศาสตร์
แต่อย่างใด พวกเขาล้วนเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเชื่อมา และมองผู้คิดต่างกลายเป็นคนอื่น ประกอบกับเปลี่ยนสื่อที่
ใช้เป็นสื่ออินเทอร์เน็ต ที่คุณสมบัติในการสื่อสารเร็วมาก แต่ยากในการตรวจสอบความเท็จจริง บวกกับการที่
คนใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ มักเชื่อว่าในโลกไซเบอร์นั้น การปลอมตัวเป็นเรื่องธรรมดา จะตามหาตัวจริง ว่า
อยู่ที่ไหนนั้นเป็นเรื่องยาก (ซึ่งความคิดนี้ความจริงแล้วผิด) ส่งผลให้คนกล้าแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงกันมาก
ขึ้น สะท้อนแรงขับความก้าวร้าวบนรอยยิ้มที่สนุกสนาน เมื่อเห็นคนที่คิดต่างได้รับความทุกข์ระทม

การแสดง ความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเสรีภาพที่จะกระทำได้ ส่วนกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ผู้เขียนมี
ทัศนะว่า ใครที่หมิ่นก็ต้องได้รับผลตามกฎหมาย (ไม่ว่าไปดูหมิ่นคนธรรมดาหรือพระราชวงศ์ ก็ต้องได้รับผลจาก
ความผิดนั้นเหมือนกัน) แต่รับไม่ได้ต่อพฤติกรรมการตั้งตนเป็น ศาลเตี้ยพิพากษาความผิด ของคนอื่น จาก
บรรทัดฐานความคิดของตน แถมบรรทัดฐานเหล่านั้น ยังบิดเบี้ยวเต็มเปี่ยมด้วยอคติ เพราะปราศจากการศึกษา
ในเชิงวิชาการ

ผู้เขียนเชื่อในนิติรัฐและกฎหมายอันเที่ยงธรรม (หากยังไม่เที่ยงนักก็ต้องช่วยกันปรับให้สมบูรณ์) บ้านเมืองมีขื่อ
มีแป มิใช่ตัดสินความผิดคนโดยใช้บรรทัดฐานของตนเอง มิอย่างนี้แล้วสังคมไทยก็ยิ่งถอยลงๆ สู่โลกแห่ง
อนาธิปไตยเข้าไปทุกที

ล่าสุดเพจ Social Sanction นี้ได้ถูกลบไปโดยเว็บเฟซบุ๊ค หลังจากมีการร้องเรียนจำนวนมาก ทว่าก็มีความ
พยายามของกลุ่มผู้ดูแลในการสร้างหน้าเว็บใหม่ แต่ยังคงอุดมการณ์เดิมขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดมีการสร้างหลายหน้า
เว็บ เพื่อ "ลับ ลวง พราง" มิให้ผู้ที่มิใช่สมาชิกทราบว่าเพจไหนแน่ที่เป็นของจริง

ปรากฏการณ์ต่อเนื่องจากเพจ Social sanction ได้ก่อให้เกิดการสร้าง กลุ่มใหม่ๆ เพื่อแสดงความคิดเห็นทาง
การเมืองอย่างสุดโต่งมากขึ้น ล่าสุดผู้เขียนเองสะเทือนใจมากที่เห็นเพจ "กลุ่มเสพศพคนเสื้อแดง" ที่ตั้งขึ้นมา
เพื่อแสดงความยินดีที่ได้เห็นคนเสื้อแดงต้องเสียชีวิต มีการโพสต์ รูปศพที่เสียชีวิตพร้อมกับด่าทอว่าสมควรแล้ว
กับสิ่งที่ได้รับ ถือเป็นเรื่องที่เสียสติและไร้มนุษยธรรมอย่างมากที่คนคนหนึ่ง พึงทำต่อคนที่ไม่เคยรู้จักแม้แต่หน้า
กัน ไม่เคยมีความแค้นต่อกันเลยแม้แต่น้อย

นี่คือ สิ่งที่ผู้เขียนได้พบเห็นจริงแล้ว   อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง ท่านผู้อ่านที่มีมิตรสหายหรือลูกหลานชอบเล่น
อินเทอร์เน็ตโปรดเฝ้าระวัง เรื่องนี้ให้ดี ความน่ากลัวของโลกไซเบอร์ มิใช่มีเพียงที่ท่านเคยรู้เท่านั้นแล้ว

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การต่อสู้กับ "เผด็จการเทวดา" ด้วย อาวุธและปริมาณมวลชน

ชาดพิชัยสงคราม
แนวทางการต่อสู้กับ เผด็จการเทวดา ด้วย อาวุธและปริมาณมวลชน




      การจัดตั้ง (Establishment) แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่

                    1. องค์กรนำกลางฝ่ายมวลชนเสื้อแดง ที่เป็นเอกภาพได้รับการยอมรับ
                    2. มวลชนเสื้อแดงต่อต้านเผด็จการ
                    3. รัฐบาลพลัดถิ่น
                    4. กองกำลังติดอาวุธ


      หลักนิยมปฏิบัติ (Operational Doctrine) โดย

          องค์กรนำกลางฝ่ายมวลชนเสื้อแดง ทำหน้าที่ ชี้นำมวลชนเสื้อแดงต่อต้านเผด็จการ
          รัฐบาลพลัดถิ่น        ทำหน้าที่บังคับบัญชา        กองกำลังติดอาวุธ


      กฏการปะทะ (Rules of Engagement)
          ในการรุกรบกวาดล้างของฝ่ายเผด็จการเทวดา ให้ทำการตอบโต้ ดังนี้

           ปฏิวัติ+ทหาร --------------------------------------------------------------------------------------
                 ต่อสู้แตกหักด้วย รัฐบาลพลัดถิ่น และ กองกำลังติดอาวุธ
           นิติบัญญัติ+รัฐสภา+พรรคการเมืองฝ่ายนิยมเผด็จการเทวดา+นักการเมืองดีแต่พูด -----
                 รุกนำทางการเมืองโดย พรรคการเมืองฝ่ายแดง  นักการเมืองแดง
                 กำจัดบุคคลดีแต่พูดให้ไม่สามารถ พุดก่อกวนก่อการได้อีก
           ตุลาการ-ผู้พิพากษา ------------------------------------------------------------------------------
                 กดดันด้วย มวลชนเสื้อแดง เสียงส่วนใหญ่ความต้องการของเสรีชน
           ลัทธิเผด็จการทรราชเทวดา ----------------------------------------------------------------------
                 ล้มล้างด้วย กระบอกเสียงฝ่ายแดงใต้ดิน บ่อนทำลาย เผยแพร่ความจริง สั่งสมความเสื่อม
           มวลชนเสื้อหลากสีจัดตั้งและผู้งมงาย -----------------------------------------------------------
                 ต่อต้าน หรือทำการปะทะด้วย มวลชนเสื้อแดงมหาศาล ใน ปริมาณคือคุณภาพ
           การโฆษณาชวนเชื่อ 2.4, มวลชนผู้คลั่งชาติและศักดินา -------------------------------------
                 ต่อต้านการข่าวและทำ สงครามไซเบอร์(Cyber war) โดย นักรบไซเบอร์แดงเสรีชน



      ยุทธศาสตร์ การมีชัยชนะ (AStrategy for Victory)

           แนวทางที่ ๑  ทำการต่อตีรบกวนตีลวง โดยใช้เงื่อนไขความได้เปรียบทางด้านเวลา ยุทธศาสตร์หลัก
                               คือรอเวลาวันแพ้สังขารวายปราณของ จอมมารเผด็จการเทวดาสูงสุด

           แนวทางที่ ๒ หากแม้นมีการ ยกกองทหารออกมาทำการยึดอำนาจ Coup d'état หรือมีการฆ่าหมู่
                               ประชาชนมือเปล่าอีกครั้ง การต่อสู้แตกหัก โดยรัฐบาลพลัดถิ่น และกองกำลังติดอาวุธ
                               จะปรับแนวทางต่อสู้ตาม โดยปริยาย

           แนวทางร่วมผสาน คือ มวลชนเสื้อแดงผู้สนับสนุน ที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆทุกภูมิภาค จะดำเนิน
                               ยุทธวิธี สอดคล้องกับองค์กรกลางนำเสื้อแดง และนโยบายของ รัฐบาลพลัดถิ่น รวม
                               ทั้งให้การสนับสนุน กองกำลังต่อต้าน หรือ หน่วยจรยุทธิ์ ทั้งด้านการส่งกำลังบำรุง
                               ทางยุทธปัจจัย, การข่าว, ฯลฯ


      ขั้นเตรียมก่อการ (Promoters & Preparation)

      * องค์กรนำกลางฝ่ายมวลชนเสื้อแดง จะต้องทำการ บูรณาการ สังคายนา ให้เป็นเอกภาพ และได้รับ
                          ฉันทานุมัติจากมวลชนเสื้อแดงส่วนใหญ่ ทุกกลุ่มส่วน ให้มีความพร้อม ก่อนที่จะ ดำเนิน
                          ยุทธศาสตร์การเอาชัยชนะ

    ** นักรบไซเบอร์แดงเสรีชน ต้องได้รับการสนับสนุนความพร้อม ทางด้านอุปกรณ์เครื่องมือ ข้อมูลข่าว
                           สาร อย่างไม่มีขีดจำกัด

   *** กระบอกเสียง,โฆษก,โสตถิทัศน์ ฝ่ายต่อต้านเผด็จการเทวดาใต้ดิน ต้องปกป้องบำรุงรักษาไว้
                           และอุดหนุนทุน อย่างสม่ำเสมอ

 **** ต้องสถาปนา เตรียมความพร้อม กองกำลังติดอาวุธ พร้อมกำหนดแผนปฏิบัติการจริง





              “สงคราม ในวันนี้เป็นการต่อสู้ด้วยคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์
                ซึ่งเปรียบเสมือนกับการต่อสู้ด้วยรถถังและเครื่องบิน”

                    ถึงกระนั้น ทั้งความเสียหาย หรือการโจมตีนั้น ไม่ใช้เหตุบังเอิญ







Cyber war แปลว่า สงครามไซเบอร์
สามารถตีความด้านหลายเเง่ เช่น การเเข่งขันระหว่าง facebook กับ Google
บ้างคนก็เรียกว่าเป็น Cyber war อันหมายถึง การเเข่งขันในโลก IT
เเต่ Cyber war หรือคำนิยามของ “สงครามไซเบอร์” ในที่นี้มีคนให้ความหมายถึง
การใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเพื่อทำสงครามในโลกเสมือน Cyberspace ปัจจุบันมีอยู่ 8 รูปแบบ คือ

การโจรกรรมทางไซเบอร์
การทำลายเว็บไซต์
การโฆษณาชวนเชื่อ
การรวบรวมและการล้วงความลับข้อมูล
การกระจายเพื่อให้ปฏิเสธบริการ
การรบกวนเครื่องมือและอุปกรณ์
การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลอกแต่ซ่อนซอฟต์แวร์ไวรัสเอาไว้

  ห้ามคลิ๊ก เขตทหารห้ามเข้า




6a0120a6e49cfc970b0148c6ed531a970c.gif  

รูปภาพ อ้างถึง : การต่อสู้กับ "เผด็จการเทวดา" ด้วย อาวุธและปริมาณมวลชน

ข้อเขียนนี้ ของข้าพเจ้า "รุ่งศิลา" ในฐานะพลเมืองของรัฐไทย ภายใต้กฏหมายรัฐธรรมนูญ
ใช้สิทธิเสรีภาพของบุคคล อันเป็นสิทธิมนุษยชน ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ตั้งแต่มาตราที่๒๖
จนถึงมาตรา๖๙ ดังนี้
  1. สิทธิเสรีภาพของบุคคล
  2. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  3. สิทธิในทรัพย์สิน
  4. สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
  5. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน
  6. สิทธิเสรีภาพในการศึกษา
  7. สิทธิในการได้รับบริการสาธารณะสุขและสวัสดิการของรัฐ
  8. สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน
  9. เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม
10. สิทธิชุมชน
11. สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
รูปภาพ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
ราษฎรหรือประชาชนคนไทยทุกคนมีสิทธิในการปกป้องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
มิให้บุคคลใด หรือคณะบุคคลใดมาล้มล้างรัฐธรรมนูญการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉะนั้นบุคคลใดเจตนาการกระทำการล้มล้างรัฐธรรมนูญ
บุคคลผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีโดยเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุด
ตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
หรือดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าวต่อไป

การรัฐประหารยึดอำนาจรัฐ ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นกบฏ
อันเป็นความผิดร้ายแรง มีระวางโทษสูงสุด

การกล่าวหาฟ้องร้องใดๆในบทความนี้ ข้าพเจ้าถือเป็นการละเมิดสิทธิของข้าพเจ้า
ในฐานะพลเมืองแห่งรัฐไทย ที่มีหน้าที่ปกป้อง "รัฐธรรมนูญ" อันเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศไทย


เชิงอรรถ :

* สิทธิพลเมือง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐
* สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญไทยเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของบุคคล

รูปภาพ